โดนจับมือเซ็นลาออก เพราะ...รอดชีวิตจาก(อดีต)หัวหน้าหื่น

เรื่องเกิดเมื่อ 8 ปีที่แล้ว พอดีแว๊บเข้ามาในหัวเลยอยากแชร์เป็นอุทาหรณ์ให้สาวสาวได้ระวังตัวกัน ขออนุญาตไม่กล่าวและไม่ตอบชื่อบริษัท ชื่อบุคคลนะคะ

8 ปีที่แล้วเรามีแพลนเปลี่ยนงาน หว่านใบสมัครไปเรื่อยๆไม่นานมีบริษัทฝั่งธนฯ แห่งหนึ่งโทรมาเรียกสัมภาษณ์ตำแหน่ง Marketing
เราถูกสัมภาษณ์โดยผู้ชายอายุราว 50 นิดๆเป็นเจ้าของบริษัท คำถามเบสิคประสบการณ์ทำงาน ความสามารถพิเศษ และเทสสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ทั้งที่บอกแต่แรกแล้วว่าไม่ได้ภาษา ไม่เก่งเลย เค้ายิงคำถามอะไรมาเราตอบแทบไม่ได้ ตอนนั้นทำใจแล้วว่าคงไม่ได้งานนี้ แต่ไม่เป็นแบบนั้น เค้าถามเราต่อว่าขับรถยนต์ได้ไหม ซึ่งเราขับได้แต่ยังไม่มีใบขับขี่ เค้าบอกให้เราไปทำใบขับขี่ให้เสร็จเรียบร้อยเค้าจะรอ แล้วทักส่วนตัวมาอีกที หลังจากจบสัมภาษณ์เราติดต่อกรมขนส่งเข้าทำใบขับขี่ทันที จนได้ใบมาจึงติดต่อเค้ากลับไป อยู่ๆเค้าบอกว่าขับรถอยู่แถวๆบ้านเราพอดี ให้เรามาเทสขับรถกับเค้าอยากดูสกิลว่าจะขับให้นั่งได้ไหม เพราะตำแหน่งของเราถูกปรับเป็น Marketing & เลขา เราโอเค วันนั้นก็ขับรถวนไปเรื่อยๆแล้วส่งเราที่จุดเดิม

เราเริ่มงาน Marketing ก่อน เค้าเปิดห้องประชุมให้เราห้องนึงเพื่อทำการหาลูกค้าและใช้ความสงบในการทำงาน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน เริ่มมีงานต่างจังหวัด ด้วยตำแหน่งเลขาที่พ่วงมาทำให้เราต้องเดินทางกับเค้า 2 คน งานแรก ค้าง 2 คืน ก่อนเดินทางได้สอบถามการจองที่พัก ได้คำตอบว่าไม่ต้องจอง ให้ไปนอนคอนโดของเค้า มี 2 ห้อง ให้เรานอน 1 ห้อง แยกกัน ภาพให้หัวคือแยกชัดเจนประตูใครประตูมันกุญแจคนละดอกแบบหอพัก ด้วยความที่เค้ามีภรรยาซึ่งทำงานด้วยกันเราจึงเบาใจนิดนึงว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไร

วันแรกเป็นงาน จ.ฉะเชิงเทรา จบงานค่อนข้างเย็น เค้าพาขับรถเล่นพัทยา และเดินตลาดหาของกินก่อนเข้าคอนโด รถเลี้ยวเข้าคอนโดเราเริ่มใจสั่นๆ จังหวะขึ้นลิฟ เปิดประตูห้อง เราอยากจะพูดออกมาว่าขอไปเปิดโรงแรมใกล้ๆนอนแทนนะคะ แต่มันไม่ทันแล้ว เราอยู่ในห้องเรียบร้อย เป็น 2 ห้องจริงๆอย่างที่เค้าบอกแต่แรก แต่มันเป็นฟีลห้องสูท ห้องน้ำที่เราต้องใช้คือด้านนอก เราต่างแยกย้ายเก็บของห้องใครห้องมัน แล้วเราออกมาอาบน้ำใส่ทุกอย่างรัดกุมมากแล้วค่อยๆย่องเข้าห้อง ประมาณ 4 ทุ่มมีเสียงเคาะประตู ใช่ค่ะ เค้านั่นแหละ เราเปิดแล้วรีบเอาตัวเองออกจากห้อง เพราะไม่อยากอยู่ในโพสิชั่น 2 ต่อ 2 ในห้องนอน เค้าพูดอะไรกับเราซักอย่างจำไม่ได้ แล้วเริ่มจับไหล่เรา พร้อมโน้มตัวเข้ามา เหมือนจะบิ้วให้เราคล้อยตาม เปิดประตูพยายามดันเราเข้ามาในห้อง แต่เราเอาตลกเข้าสู้ แล้วบอกติดสายแฟนอยู่ ปฏิเสธพฤติกรรมเค้าทุกอย่าง เหมือนเค้าคงดูเชิงเราว่าไม่เล่นด้วย + กับบอกติดสายแฟนอยู่(เราโกหก) เลยยอมปล่อยเราเข้าห้องแล้วเดินกลับห้องตัวเอง คืนนั้นเราไม่กล้าหลับเลย ต่อให้ล็อคประตู แต่นี่คือพื้นที่ของเค้า ขอให้เช้าเร็วๆซักที

เช้าวันต่อมีงานอีกทีนึง เรารับหน้าที่คนขับ เราวางตัวนิ่งขึ้น ระหว่างอยู่บนรถเค้าหยิบขนมปังกรอบๆให้เรากินรองท้อง เศษมันตกบนกระโปรง เค้าเอามือมาช่วยเราปัด แต่เราปัดมือเค้าออกแล้วบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ เค้าดูเขิลๆกับพฤติกรรมตัวเองอยู่นิดหน่อย จบงานวันนี้ก็เย็นแล้ว เค้าพาเราขับรถไปบางแสน บอกจะไปดูพื้นที่เปิดร้านนวด ความเลขาทำยังไงหละ ขับวนบางแสนเป็นชั่วโมง ดูโลเคชั่นปล่อยเช่า แล้วก็พาเราหาอะไรกินตลาดคนเดิน ขอลงเป็นบทสนทนาเพื่อความเข้าใจง่าย
เรา : คืนนี้พักโรงแรมใช่มั้ยคะ จองรึยัง ให้หนูจองมั้ย
หัวหน้า : อ่อ คอนโดพี่ พี่มีคอนโดที่บางแสนด้วย แต่เป็นห้องเดี่ยวนะ เตียง 6 ฟุต
เรา : อ๋อ หนูจะบอกว่าคืนนี้ขอเช่ารีสอร์ทนอนค่ะ พอดีรู้จักทีนึงมาบ่อย ชูก้าบีท ใกล้ๆกันนี่เอง
หัวหน้า : ทำไมหละ ไม่สบายใจหรอ เดี๋ยวพี่นอนชิดขอบเตียงเลย ไม่กินที่แน่นอน
เรา : ค่ะ ไม่สบายใจ แล้วก็ไม่สะดวกใจด้วยค่ะ ปกติหนูไม่นอนกับใครที่ไม่สนิท หรือ ไม่รู้จัก โดยเฉพาะผู้ชายคนอื่น นอนแค่กับแฟน ส่วนพ่อนี่ตัดไปเลยไม่ได้นอนด้วยกันตั้งแต่เด็ก ค่าที่พักหนูออกเองได้ค่ะ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ
หัวหน้า : ..... อ่าโอเคได้ๆ เดี๋ยวตั้งเบิกบริษัทนี่แหละ มาทำงาน
เป็นคืนที่หลับได้สนิทและรู้สึกปลอดภัยมาก ผ่าน 2 คืน 3 วันไปอย่างอึดอัดใจ ครั้งแรกในชีวิตการทำงานที่ตกอยู่ในสถาณการณ์แบบนี้ เราไม่อยากคุย ไม่อยากมองหน้า และขยะแขยงผู้ชายแบบนี้จริงๆ ถามว่าทำไมเราไม่หนีออกมา
1.หัวหน้าชาย เลขาสาวมีเยอะมาก แต่คงไม่ทุกคนที่จะเป็นแบบนี้ และเราไม่ได้เตรียมใจมาเจอเจ้านายแบบนี้ ถ้าใจไม่นิ่งพอ หรือ คิดคำโกหกไม่ได้เร็ว คืนแรกเราอาจจะพลาดไปแล้วก็ได้
2. เราไม่ได้เล่าให้แฟนฟัง เพราะคิดว่าเอาอยู่ และไม่อยากให้แฟนหาทางโทรมาด่าหัวหน้า เพราะหลังจากกลับไป เรายังคงต้องทำงานที่นี่อยู่
3. จบจากงานต่างจังหวัดครั้งแรก เราซุ่มหางานใหม่ทันที ต้องการงานใหม่เร็วที่สุดแล้วจะรีบออกจากที่นี่

เข้าเดือนที่ 2 หัวหน้ามีงานวิทยากรที่โรงแรมติดทะเลชื่อดังจังหวัดระยอง เช้าเข้าออฟฟิศปกติ ช่วงบ่ายออกเดินทาง ครั้งนี้หัวหน้าขับเอง แพลนนอนค้าง 1 คืนเพื่อเริ่มงานวิทยากรในเช้าถัดไป เข้าเขตระยองเกือบมืดพอดี จากครั้งก่อนคงทำให้เค้าคิดได้ว่าเราไม่โอเคไม่สะดวกใจกับพฤติกรรมต่างๆ แต่ก็ 50 50 กับการคิดว่าเค้าจะจอง 2 ห้องแยก พอถึงโรงแรมชื่อดาวตัวเมืองระยอง เค้าให้เรารอบนรถแล้วลงไปเช็คอินรับกุญแจ ระหว่างนั้นเรารีบโทรหาเพื่อน (บ้านเพื่อนสนิทอยู่ระยอง) เล่าทุกอย่างให้ฟัง และให้สแตนด์บายรอรับโทรศัพท์ตลอด หัวหน้าเดินขึ้นรถมาพร้อมกุญแจ 1 ดอก อ่าาาา ไม่ผิดจากที่คิดไปมากนัก เหตุผล คือ ห้องเต็ม เหลือห้องเดียว แต่พี่เลือกห้อง 2 เตียงนะสบายใจได้ คือ ห้องเต็มแบบใดเลือกห้อง เลือกเตียงได้ แล้วอีกอย่างฉันเกิดระยอง รู้จักโรงแรมนี้อย่างดี ไม่มีทางที่ห้องจะเต็ม เราเข้าไปในห้องพักนั่งปลายเตียง หัวหน้าบอกว่าจะรีบไปออกกำลังกายแล้วกลับมาพาไปกินข้าว เราไม่ได้พูดอะไร นั่งนิ่งปลายเตียงคิดแค่ต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นโดนเคลมแน่ 100%

เราไลน์บอกเพื่อนให้ออกมารับที่โรงแรมได้เลยระยะทาง 40 กว่ากิโล ทุกอย่างแข่งกับเวลา เพื่อนมาถึง-หัวหน้ากลับจากออกกำลังกายอะไรจะก่อนกัน ตาจ้องนาฬิกาสลับดูอัปเดตระยะทางจากไลน์เพื่อน ฮึบสุดท้ายเราหยิบกระดาษเขียนโน๊ต " หนูไปนอนบ้านเพื่อนนะคะ พอดีอยู่แถวนี้ ฝากกุญแจไว้ที่ล็อบบี้ พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่งานเลยค่ะ " เก็บกระเป๋าลงไปล็อบบี้ฝากกุญแจ แล้วนั่งรออยู่ในมุมหลบๆจนเพื่อนมาถึงขับรถกลับอีก 40 กิโล เช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อนขับมาส่งที่งานอีก 40 กว่ากิโล แว๊บแรกที่เจอหน้าหัวหน้ารับรู้ได้ทันทีว่าไม่มีอะไรปกติ เค้ารู้ว่าเราดื้อดึงไม่ยอมแน่ๆและตอนนี้เค้าเสียภาพลักษณ์ในสายตาเราไปแล้ว ส่วนเรารู้ตัวว่าคงได้ทำงานบริษัทนี้อีกไม่นานโดนประเมินไม่ผ่านงานแน่ๆ จบงานขับรถกลับ กทม. บทสนทนาน้อยอย่างเห็นได้ชัด หัวหน้าเริ่มถามเรื่องบ้านเพื่อน พูดคุยกันนิดหน่อยแวะปั๊ม หัวหน้าซื้อน้ำให้กิน เชื่อไหม เราไม่กล้าแม้แต่กินน้ำของเค้า รอบนี้เราเล่าให้แฟนฟังทั้งหมด และแฟนโมโหมาก หัวหน้ารู้ว่าแฟนเรารอรับที่ออฟฟิศเลยพยายามบ่ายเบี่ยงจะไปส่งที่บ้านแทน แต่เราก็ยืนยันจะลงที่นี่ 1 ทุ่ม รถเลี้ยวเข้ามา เห็นรถแฟนจอดรออยู่พร้อมเดินลงมาจากรถ เรารีบลงจากรถหัวหน้าเพื่อไปสะกิดแขนแฟนว่าจะพูดอะไรก็ได้ แต่ อย่าใช้กำลังเด็ดขาดนะ แฟนเราเปิดประตูยื่นหน้าเข้าไปในรถให้รู้ว่าไม่พอใจมาก แล้วพาเรากลับบ้านเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่พี่ทุกคนในทีมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเราอัปเดตในกลุ่มตลอด และบรรยากาศระหว่างเรากับหัวหน้าก็เปลี่ยนไป เค้าไม่เรียกไปคุยงาน ทักผ่านๆ ไม่มอบหมายอะไรให้เราทำเลย ก่อนผ่านโปร 1 เดือน ทุกอย่างเป็นแบบที่คิดไว้ เค้าไม่ให้เราผ่านโปร คือ เรียกเราเข้าไปคุยในห้อง แล้วบอกเราทำงานไม่ได้ ไม่มีผลงาน ไม่ผ่านโปร ให้เราเซ็นลาออก ณ ตอนนั้นเราไม่เคยศึกษากฎหมายแรงงาน เลยไม่ได้ต่อรองหรือเถียงด้วยกฎหมายอะไรกลับไป เราลงชื่อลาออกเรียบร้อย เดินออกจากห้องแล้วเก็บของลงไปนั่งกับพี่ HR ที่เราติดรถเค้ากลับบ้านบ่อยๆทันที

ตอนแรกเคว้งๆนะ แต่ก็โอเคด้วยสถานการณ์หลายอย่างที่ออกมาแหละดีแล้ว
1. ทำงานเสาร์เว้นเสาร์ เป็นสิ่งที่เราพึ่งรู้เมื่อเข้าไปทำงานแล้ว และเป็นเงื่อนไขแรกที่เราจะไม่เลือกงานนั้นๆ
2. ระหว่างทำงานมีเลขาเก่ามาเที่ยวออฟฟิศ มองเราแปลกๆ เหยียดๆ เหมือนไม่พอใจว่าเราไปแย่งอะไรเค้ามา แล้วบอกว่าแบบเราอยู่ได้ไม่นานหรอก มารู้ทีหลังหัวหน้าเคยคั่วคนนี้ถึงขั้นขึ้นคอนโด ซื้อนั่นซื้อนี่ให้
3. พฤติกรรมหัวหน้าแบบนี้เสี่ยงต่อชีวิตมาก วันนี้เค้าไม่ได้ วันหน้าเค้าก็ต้องหาทางสนองตัณหาตัวเองให้ได้ ไม่คุ้มกับชีวิตน่าขยะแขยงที่ต้องแลก
4. ภรรยาเป็นหัวหน้างานฝ่ายบัญชีของบริษัท เค้ารู้พฤติกรรมสามีทุกอย่าง แต่ด้วยข้อตกลงภายในครอบครัวคงรับได้ ภาพที่ออกสื่อครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์พ่อแม่ลูก
5. เหตุผลที่บอกเราทำงานไม่ได้ ไม่มีผลงาน คือ เราได้ทำ Marketing แค่ครึ่งเดือนที่เข้าไป หลังจากนั้นเค้าไม่เคยปล่อยให้เราได้ทำในส่วน marketing อีกเลย และงานนี้ต้องใช้เวลา การเข้าถึงลูกค้า ณ วันที่เราออก ไม่เกิน 1 สัปดาห์ มีลูกค้าติดต่อขอข้อเสนอบริการไม่ต่ำกว่า 7 ราย ซึ่งเราส่งต่อให้พี่ในทีมที่คอยช่วยเหลือเราตอนเราอยู่บริษัทนั้น

หลังจากเราออกมาก็ทราบข่าวว่ามีน้องเลขาคนใหม่เข้ามาเริ่มงานที่นั่นแล้ว น้องสวยเลยแหละดูน่ารักนิสัยดี ไม่กี่เดือนน้องก็ลาออก

ฝากถึงสาวสาวทุกคนที่เจอความผิดสังเกตุ/พฤติกรรมแปลกๆจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ส่อไปในทางอันตราย ให้ไหวตัวให้เร็วกว่าเรา มองย้อนกลับไปอยากหยิกแขนตัวเอง ทำไมไม่ไหวตัวให้เร็วกกว่านี้ โชคดีแค่ไหนที่เอาชีวิตรอดมาได้ไม่เสียเนื้อเสียตัว แต่ทุกคนไม่ได้โชคดี เพราะฉะนั้นมีสติหาทางหนีทีรอดตลอดเวลา ถ้าเป็นไปได้อย่าพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่