ไวรัสตับอักเสบ เป็นไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เมื่อร่างกายได้รับเชื้อแล้วจะเกิดอาการตับอักเสบ และหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา อาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด
3 ไวรัสตับอักเสบ ที่พบบ่อยในประเทศไทย
1.ไวรัสตับอักเสบเอ
มักทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน
ติดต่อผ่านการรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง
แนวทางป้องกัน
– รับประทานอาหารสุก สะอาด
– ใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
– ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอได้
2.ไวรัสตับอักเสบบี
เป็นเชื้อไวรัสที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ หากไม่รีบรักษาและปล่อยให้ตับอักเสบเรื้อรัง
ติดต่อผ่านทางเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูก
แนวทางป้องกัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน ร่วมกับผู้อื่น
– มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
– ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีได้
3.ไวรัสตับอักเสบซี
เป็นเชื้อไวรัสที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้เช่นกัน
สามารถติดต่อผ่านทางเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก เช่นเดียวกันกับไวรัสตับอักเสบบี
แนวทางป้องกัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
– มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
– ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ข้อมูลโดย : รศ.(พิเศษ) ดร.พญ.เกศรินทร์ ถานะภิรมย์
ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านโรคตับ
ข้อมูล ณ วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2568
Cr. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ข้อมูลโดย : รศ.(พิเศษ) ดร.พญ.เกศรินทร์ ถานะภิรมย์
ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านโรคตับ
ข้อมูล ณ วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2568
ไวรัสตับอักเสบชนิดไหน? ที่ใคร ๆ ก็ต้องระวัง!
ไวรัสตับอักเสบ เป็นไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เมื่อร่างกายได้รับเชื้อแล้วจะเกิดอาการตับอักเสบ และหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา อาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด
3 ไวรัสตับอักเสบ ที่พบบ่อยในประเทศไทย
1.ไวรัสตับอักเสบเอ
มักทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน
ติดต่อผ่านการรับประทานอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยตรง
แนวทางป้องกัน
– รับประทานอาหารสุก สะอาด
– ใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
– ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอได้
2.ไวรัสตับอักเสบบี
เป็นเชื้อไวรัสที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ หากไม่รีบรักษาและปล่อยให้ตับอักเสบเรื้อรัง
ติดต่อผ่านทางเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูก
แนวทางป้องกัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน ร่วมกับผู้อื่น
– มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
– ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีได้
3.ไวรัสตับอักเสบซี
เป็นเชื้อไวรัสที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้เช่นกัน
สามารถติดต่อผ่านทางเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก เช่นเดียวกันกับไวรัสตับอักเสบบี
แนวทางป้องกัน
– หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
– มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
– ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
ข้อมูลโดย : รศ.(พิเศษ) ดร.พญ.เกศรินทร์ ถานะภิรมย์
ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านโรคตับ
ข้อมูล ณ วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2568
Cr. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ข้อมูลโดย : รศ.(พิเศษ) ดร.พญ.เกศรินทร์ ถานะภิรมย์
ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ด้านโรคตับ
ข้อมูล ณ วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2568