แรงแค้นและแรงกดดันครอบครัว เป็นแรงผลักดันชั้นดี

วันนี้ว่างๆ อยากจะเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเอง เผื่อเป็นกำลังใจให้คนที่ "ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน" ได้มีกำลังใจ และไม่คิดฟุ้งซ่านทำร้ายตัวเอง ให้มีแรงผลักดันฮึดสู้ 
เริ่มเลย เรา เกิดมาในครอบครัว บรรยากาศภายในบ้านก็ค่อนข้างจะอึดอัดใจนะ  บ้านมีพี่น้อง 3 คน เราเป็นคนเล็ก พี่สาวคนกลาง และพี่ชายคนโต 
แน่นอนค่านิยมสำหรับครอบครัวเรา ลูกชายคนโตคือเทพเจ้า ส่วนลูกสาวก็ตามยถากรรม

ครั้งหนึ่งพี่สาวเรา ทะเลาะกับพี่ชาย เรื่องเสื้อยีนส์ซึ่งพี่สาวเพิ่งซื้อมายังไม่ได้ใส่ พี่ชายฟาแฟนมาบ้านไม่รู้คิดยังไง พี่ชายหยิบเสื้อตัวนั้นให้แฟนใส่ แล้วใส่ไปเที่ยวเลย แน่นอนพี่สาวเรากลับมาถึงบ้านมาดูถุงที่ซื้อเสื้อที่เอาวางไว้บนโต๊ะ เหลือแต่ถุง ไม่มีเสื้อ พี่สาวจึงโวยวาย พอตกเย็นพี่ชายพาแฟนกลับบ้าน พี่สาวเห็นเสื้อที่ตัวเองซื้อมาก็เลยถาม แฟนพี่ชายเอาเสื้อคืนให้ ไม่ขอโทษสักคำ 
พี่สาวได้แต่เงียบ และเดินไปบอกแม่ที่ห้องครัว แม่พูดสวนขึ้นเลยว่า แค่เสื้อตัวเดียว จะเป็นจะตายเลยรึไง แทนที่แม่จะเรียกพี่ชายมาตักเตือนบ้าง ว่าอย่าหยิบโฉบของใครโดยไม่รับอนุญาติ แต่แม่ไม่เคยตักเตือนพี่ชายเลยสักคำ

พี่ชายพาเพื่อนๆ มาดื่มเหล้าที่บ้าน เปิดเพลงเสียงดังแม่ไม่เคยว่า พี่ชายคบผู้หญิงแล้วเลิก แต่งงานเสียค่าสินสอดไป 3 ครั้ง แม่ไม่เคยบ่น ออกเงินดาวน์รถยนต์ให้พี่ชาย พี่ชายผ่อนไม่ไหว แม่ช่วยผ่อน 

และมีวันหนึ่งเราจำได้ขึ้นใจถึงทุกวันนี้ ปกติพี่สาวเป็นคนตื่นเช้านะ ตี5 คือตื่นแล้ว แต่เช้าวันนี้ผิดปกติมากๆ 7 โมงยังไม่ตื่น เราเดินไปเคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบกลับเลย เราเอ๊ะใจ เดินไปบอกแม่ ว่าแปลกๆนะแม่บอกว่าจะอะไรล่ะ ก็มันขี้เกียดไง พ่อพรวดพราดลุกขึ้นไปงัดประตู  เจอพี่สาวนอนนิ่งห่มผ้า นั่นแหละพี่สาวเราเลือก จบชีวิตตัวเอง ด้วยยานอนหลับเกินขนาด ทุกอย่างในห้องพี่สาวเหมือนพี่สาวเตรียมตัวและตั้งใจที่จะจบชีวิต เพราะเสื้อผ้าก็เก็บใส่กล่องไว้อย่างดี รูปศิลปินนักร้องที่ชอบก็เก็บใส่กล่องไว้ และสมัยนั้นจะมี CD ที่เป็นอัลบั้มเพลงนักร้องที่พี่สาวชอบก็เก็บใส่กล่องไว้อย่างดี พี่สาวตั้งใจจบชีวิตตัวเอง พี่สาวเรากับแม่ไม่ค่อยถูกกันมักมีเรื่องไม่เข้าใจกันตลอด และแม่ก็ค่อนข้างรักพี่ชาย 

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านระยะเวลาทั้งหมด 20 ปีแล้ว 
ทุกวันนี้พี่ชายก็เหมือนเดิม เปลี่ยนภรรยาไปเรื่อยๆ แม่ก็กลายเป็นคนแก่ แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือซัพพอร์ตพี่ชายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ สรรหาให้ทุกอย่าง

ส่วนเราก็แต่งงานมีครอบครัว และก็ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านหลายปีแล้ว ก็มีโทรคุยนิดๆ หน่อยๆ 
เราพูดตรงๆ เรากับสามี ไม่อยากคุยกับแม่
ไม่อยากเจอแม่ ไม่สนิทใจ ส่วนพ่อเราก็คุยปกติแต่พ่อจะไม่มีปากมีเสียงคัดค้านแม่ เพราะพ่อเป็นคนไม่มีสมบัติที่ดิน หรือบ้านทั้งหมดเป็นของแม่ทั้งหมดเลย ถ้าพูดตามตรงภาษาชาวบ้านคือ พ่อเราแกเป็นคนจน ไม่มีที่ดินไม่มีสมบัติ แต่ฝ่ายแม่มีที่ดิน เพราะฉะนั้นอำนาจอยู่ที่แม่เพียงคนเดียว

**ย้อนกลับไปเมื่อหลายปี สาเหตุที่เราและสามี รู้สึกไม่ดีกับแม่คือ แม่เอ่ยปากเองเลยว่า จะแบ่งที่ดินให้เราปลูกบ้าน ซึ่งตอนนั้นเรากับสามีดีใจมาก ก็ทำการรังวัดที่ดินแม่โอนโฉนดที่ดินให้เรา(แต่เราไม่ได้ถือโฉนดนะ แม่เก็บโฉนดไว้เอง) เราก็ไม่ได้เอ๊ะใจ นึกในใจว่าแม่คงหวังดีเก็บโฉนดไว้ให้เรา 
เรากับสามีก็เริ่มเลย ถมดินปรับดิน ให้ช่างมาเขียนแบบและเริ่มทำโครงสร้าง
ตอนนั้นหมดเงินไป 4 แสนกว่าๆ  แต่บ้านยังไม่เสร็จ และแล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้น 
ให้ทุกคนนึกภาพตามนะ บ้านสร้างขึ้นมาเป็นโครงสร้างมีหลังคา ทำพื้นไว้แล้ว เหลือแค่ทำผนัง 
มีวันหนึ่งพี่ชายขับรถกระบะไปจอด กลางบ้านเราเลย และถอยรถมาชนเสาบ้าน ถอยแรงเพราะพี่ชายเมาไม่ค่อยมีสติ 

เราเลยเดินไปบอกแม่ ว่าทำไมพี่ชายต้องเอารถมาจอดกลางบ้านหนูเลยเนี่ย นี่บ้านหนูนะไม่ใช่โรงรถแม่ ทั้งๆที่มีที่จอดรถ จอดได้ 3 คัน แต่พี่ชายไม่จอด
ทะลึ่งไปจอดกลางบ้านเรา และถอยชนเสา ตอนนั้นพี่ชายคงเมาไม่มีสติเราเข้าใจอยู่ แต่พอเราบอกแม่ แม่น่าจะพูดหรือตักเตือนพี่ชายบ้าง เหมือนเดิมแม่พูดสวนกลับมาว่า จะจอดไหนก็เรื่องของมัน บ้านอะไรกัน? นี่มันที่ดินกูนะ? ถ้ากูไม่แบ่งที่ดินให้กับผัวจะมีปัญญาไหม? ลำพังกับผัวจะมีปัญญาไหมราคาที่ดินสมัยนี้ซื้อไหวหรอ?  
แน่นอนทุกประโยคที่แม่เราพูด สามีเราได้ยินทุกคน 
สามีเราเป็นคนไม่พูดมาก สามีพาเราเก็บกระเป๋าออกบ้านมาวันนั้นเลย 

โชคดีสามีเรามีผู้ใหญ่ที่รู้จักก็เลยไปขอยืมเงินเขามา 1 ก้อน (สามีเราไม่มีพี่น้องและเป็นลูกคนเดียว ส่วนพ่อแม่เขาเสียชีวิตหมดแล้วด้วยอุบัติเหตุ ไม่มีที่ดินไม่มีทรัพย์สินอะไรทั้งนั้น) ตอนนั้นสามีน่าจะโกรธมากนะ เอาเงินที่ยืมมาไปเช่าตึกเก่าๆอยู่กัน ซื้อรถมือสองแล้วเอามาขาย โชคดีขายได้ และทำอย่างนั้นมาเรื่อยๆ จนสามารถมีกำไร และใช้หนี้หมดภายใน 5 ปี ตัวแปรสำคัญเลยคือ ลุงผู้ใหญ่คนนั้น ทุกวันนี้เราคิดเสมอว่าเขาคือ ผู้มีพระคุณ

หลังจากนั้นเรากับสามีก็เก็บเงินกันเรื่อยๆ ซื้อที่ดิน 1 ไร่ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ 1 หลัง ทุกอย่างทำด้วยเงินสด
ทุกวันนี้มีความสุขตามอัตภาพ

ส่วนพี่ชายก็เหมือนเดิม รู้ข่าวจากพ่อว่า เดือนหน้าจะไปสู่ขอลูกสะใภ้คนที่4 อีกแล้ว 55555 พี่ชายก็ยังคงเหมือนเดิม แต่งๆ เลิกๆ แม่ก็ยังคงเป็นคนแก่ที่ตามใจลูกชายคนเดียวเหมือนเดิม 
*เพิ่มเติม คือ พี่ชาย ไม่รู้จักโต บ้านก็อยู่ของแม่สบายๆ ไม่ต้องดิ้นรนหาทั้งสิน เพราะแม่ให้เขา

เรากับสามี ได้คุยกันไว้ว่า วันใดวันหนึ่ง หากแม่หมดเนื้อ หมดตัว เพราะพี่ชาย เรากับแฟนจะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเรื่องใดๆ ทั้งนั้น ถึงชาวบ้านหรือคนอื่นจะประณามว่าใจดำ ก็ชั่งปะไร 

และสุดท้ายนี้ คือ ขอเป็นกำลังใจให้ คนที่ครอบครัวไม่ใช่เซฟโซน ขอให้คุณสู้ต่อโชคชะตา 
ไม่ต้องไปแคร์ให้มาก
เราเลือกเกิดในครอบครัวดีๆ ไม่ได้ แต่เราสร้างครอบครัวของเราให้ดีได้ และอย่าได้เป็นพ่อแม่ที่ Toxic  กับลูกเราในอนาคต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่