แกว่งไกวกลางสายลมฝน
โลกเป็นของไม่เที่ยง คือไม่แน่นักว่ามันจะเป็นอย่างนั้น กลางฤดูร้อนแดดเปรี้ยงๆ กระพริบตาไม่กี่ทีโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีขาวด้วยหยาดฝน ขาวจนตาฝ้าฟางหรือชัดเจนก็มองอะไรไม่เห็น ถ้าความรักเกิดขึ้นและผ่านไปท่ามกลางสายฝน เราจะทันมองเห็นมันรึเปล่านะ
วันนี้อากาศก็ไม่ร้อน ค่อนข้างเย็นซะด้วยซ้ำท่ามกลางสายลมแล้งซึ่งมันควรจะร้อนมากๆแบบร้อนตับแล่บ แต่มันก็ยังไม่ร้อน จริงๆแล้วมันแค่ขยับไปร้อนวันอื่น วันที่เราไม่ได้เตรียมว่ามันจะร้อน มันกลับร้อนแทบตาย ธรรมชาติมันเป็นของมันอย่างนั้น ถึงเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ทั้งหมด แต่มันก็มีหลักการและทำตามหน้าที่ของมัน เกิดขึ้นตามธรรมดาของมันและเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมดาของมัน
ผมมีทางเดินสั้นๆที่ใช้ประจำวันอยู่ไม่กี่สาย ที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือทางระหว่างบ้านกับโรงตีเหล็ก ผมเดินอยู่แค่นี้แหละ เช้าขึ้นมาเดินไป สายๆก็เดินกลับ เดี๋ยวก็เดินไปใหม่ เย็นๆก็กลับเข้าบ้าน มันมีเชือกอยู่เส้นนึงปลายเชือกห้อยลงมาจากใต้หลังคาที่ผมมัดของไว้ปลายเชือกห้อยลงมาแกว่งไปมาตามสายลมให้ผมสังเกตได้
วันนึงผมก็พบว่าที่ปลายเชือกเล็กๆเก่าๆบอบบางมีแมลงไปวางไข่ใบเล็กๆเข้าแถวชิดติดกันยาวซักสองสามนิ้ว ผมเคยเห็นไข่ของแมลงแบบนี้หลายครั้ง ส่วนมากมันจะติดอยู่กับต้นไม้หรือรากของต้นกล้วยไม้ที่ชุ่มๆเย็นๆ ที่เสาบ้านก็เคยเห็นแต่คราวนี้มาแปลก มันไข่ติดกับปลายเชือกที่ไม่มั่นคงนักถูกลมเป่าและแดดส่องได้จากหลายทิศทาง
ผมเห็นมันติดอยู่ที่นั่น เดินไปก็เห็นเดินมาก็เห็นและวันนึงผมก็เห็นว่ามันฟักเป็นตัว ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด ฝนตกจนเหมือนว่าหลังคาจะแอ่นหรือถล่มลงมา ลมพายุเปียกโชกซัดไปมาจากทุกทิศทุกทาง กิ่งไม้ใบไม้ทั้งสดและแห้งปลิดปลิวกระจัดกระจายร่วงลงสู่พื้นดิน ชีวิตน้อยๆโผล่ออกมาดูโลกในวันโหดร้าย เขียวๆแดงๆเข้าแถวเกาะกันเป็นกลุ่มยึดขาน้อยๆไว้กับเส้นเชือกบอบบาง
มันคือแมงแคงขนาดเล็ก 14 ตัว
จากวันนั้นผมยังเห็นมันอยู่ที่นั่น คงพักตากปีกให้แห้งและแข็งแรงพอที่จะเริ่มออกบิน ฝนก็ตกทุกวัน ตกหนักเหมือนกลางฤดูฝนจนน้ำในสระหลังบ้านเต็มขึ้นมาภายในไม่กี่วันแมงน้อยนั้นยังอยู่ครบ มันมีด้วยกัน 14 ตัว ใช้ชีวิตน้อยๆด้วยกันบนโลกใบเล็กๆที่ซ้อนอยู่บนโลกใบใหญ่อีกที จากสภาพอากาศที่มันได้เจอไม่รู้ว่ามันจะคิดว่าโลกนี้โหดร้ายรุนแรง หรือจะมองเห็นโลกแสนสวยในวันที่พายุจาง แดดทอแสงอ่อน ใบไม้ส่งประกายระยิบ ที่แน่ๆคือมันผ่านค่ำคืนอันหนักหน่วงและยาวนานมาได้ด้วยความแข็งแกร่งที่แต่ละตัวมี ผ่านมาได้ด้วยความห่วงใยในกันและกัน ด้วยความศรัทธาในการมีชีวิต และความเชื่อมั่นในพลังสร้างสรรของโลกใบนี้ในฝ่ายที่ดีงาม
ผมเชื่อว่าท่ามกลางพายุระลอกแล้วระลอกเล่าที่ซัดกระหน่ำเหมือนสวรรค์แกล้ง มันเจ็บปวดและอันตรายพอที่จะส่งชีวิตน้อยๆให้จบลงก่อนวัยอันควร แมงน้อยพวกนั้นนอกจากจะจับเส้นเชือกบอบบางซึ่งเป็นความมั่นคงในชีวิตอันเดียวที่มันมี มันจับเชือกนั้นไว้แน่น แข้งขาที่เหลือมันยังเกาะเกี่ยวกันและกัน โอบกอดประคับประคองกันให้ผ่านความลำเค็ญแบบนั้นมาได้ มันเริ่มใช้ชีวิตของมันเพื่อตัวเองไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อผู้อื่น เพื่อกันและกัน พี่น้องหรือเพื่อนร่วมทุกข์ที่มันมี
และวันนี้มันก็พร้อมสำหรับทุกอย่าง ปีกน้อยๆกระพือแผ่วเบาแต่ทรงพลัง พาตัวของมันออกไปเผชิญโลกกว้าง ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากยากเย็นกว่านี้หรือนุ่มนวลเบาสบายง่ายดายปานใด ผมเชื่อว่าพวกมันจะยังจำค่ำคืนนั้นได้ ท่ามกลางความมืดอันโหดร้าย คืนที่แกว่งไกวกลางสายลมฝนด้วยกัน
ความเป็นพี่น้อง ของขวัญชิ้นแรกที่พ่อแม่และวัฎฎสงสารมอบไว้ให้เรา
แกว่งไกวกลางสายลมฝน
โลกเป็นของไม่เที่ยง คือไม่แน่นักว่ามันจะเป็นอย่างนั้น กลางฤดูร้อนแดดเปรี้ยงๆ กระพริบตาไม่กี่ทีโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีขาวด้วยหยาดฝน ขาวจนตาฝ้าฟางหรือชัดเจนก็มองอะไรไม่เห็น ถ้าความรักเกิดขึ้นและผ่านไปท่ามกลางสายฝน เราจะทันมองเห็นมันรึเปล่านะ
วันนี้อากาศก็ไม่ร้อน ค่อนข้างเย็นซะด้วยซ้ำท่ามกลางสายลมแล้งซึ่งมันควรจะร้อนมากๆแบบร้อนตับแล่บ แต่มันก็ยังไม่ร้อน จริงๆแล้วมันแค่ขยับไปร้อนวันอื่น วันที่เราไม่ได้เตรียมว่ามันจะร้อน มันกลับร้อนแทบตาย ธรรมชาติมันเป็นของมันอย่างนั้น ถึงเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ทั้งหมด แต่มันก็มีหลักการและทำตามหน้าที่ของมัน เกิดขึ้นตามธรรมดาของมันและเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมดาของมัน
ผมมีทางเดินสั้นๆที่ใช้ประจำวันอยู่ไม่กี่สาย ที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือทางระหว่างบ้านกับโรงตีเหล็ก ผมเดินอยู่แค่นี้แหละ เช้าขึ้นมาเดินไป สายๆก็เดินกลับ เดี๋ยวก็เดินไปใหม่ เย็นๆก็กลับเข้าบ้าน มันมีเชือกอยู่เส้นนึงปลายเชือกห้อยลงมาจากใต้หลังคาที่ผมมัดของไว้ปลายเชือกห้อยลงมาแกว่งไปมาตามสายลมให้ผมสังเกตได้
วันนึงผมก็พบว่าที่ปลายเชือกเล็กๆเก่าๆบอบบางมีแมลงไปวางไข่ใบเล็กๆเข้าแถวชิดติดกันยาวซักสองสามนิ้ว ผมเคยเห็นไข่ของแมลงแบบนี้หลายครั้ง ส่วนมากมันจะติดอยู่กับต้นไม้หรือรากของต้นกล้วยไม้ที่ชุ่มๆเย็นๆ ที่เสาบ้านก็เคยเห็นแต่คราวนี้มาแปลก มันไข่ติดกับปลายเชือกที่ไม่มั่นคงนักถูกลมเป่าและแดดส่องได้จากหลายทิศทาง
ผมเห็นมันติดอยู่ที่นั่น เดินไปก็เห็นเดินมาก็เห็นและวันนึงผมก็เห็นว่ามันฟักเป็นตัว ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด ฝนตกจนเหมือนว่าหลังคาจะแอ่นหรือถล่มลงมา ลมพายุเปียกโชกซัดไปมาจากทุกทิศทุกทาง กิ่งไม้ใบไม้ทั้งสดและแห้งปลิดปลิวกระจัดกระจายร่วงลงสู่พื้นดิน ชีวิตน้อยๆโผล่ออกมาดูโลกในวันโหดร้าย เขียวๆแดงๆเข้าแถวเกาะกันเป็นกลุ่มยึดขาน้อยๆไว้กับเส้นเชือกบอบบาง
มันคือแมงแคงขนาดเล็ก 14 ตัว
จากวันนั้นผมยังเห็นมันอยู่ที่นั่น คงพักตากปีกให้แห้งและแข็งแรงพอที่จะเริ่มออกบิน ฝนก็ตกทุกวัน ตกหนักเหมือนกลางฤดูฝนจนน้ำในสระหลังบ้านเต็มขึ้นมาภายในไม่กี่วันแมงน้อยนั้นยังอยู่ครบ มันมีด้วยกัน 14 ตัว ใช้ชีวิตน้อยๆด้วยกันบนโลกใบเล็กๆที่ซ้อนอยู่บนโลกใบใหญ่อีกที จากสภาพอากาศที่มันได้เจอไม่รู้ว่ามันจะคิดว่าโลกนี้โหดร้ายรุนแรง หรือจะมองเห็นโลกแสนสวยในวันที่พายุจาง แดดทอแสงอ่อน ใบไม้ส่งประกายระยิบ ที่แน่ๆคือมันผ่านค่ำคืนอันหนักหน่วงและยาวนานมาได้ด้วยความแข็งแกร่งที่แต่ละตัวมี ผ่านมาได้ด้วยความห่วงใยในกันและกัน ด้วยความศรัทธาในการมีชีวิต และความเชื่อมั่นในพลังสร้างสรรของโลกใบนี้ในฝ่ายที่ดีงาม
ผมเชื่อว่าท่ามกลางพายุระลอกแล้วระลอกเล่าที่ซัดกระหน่ำเหมือนสวรรค์แกล้ง มันเจ็บปวดและอันตรายพอที่จะส่งชีวิตน้อยๆให้จบลงก่อนวัยอันควร แมงน้อยพวกนั้นนอกจากจะจับเส้นเชือกบอบบางซึ่งเป็นความมั่นคงในชีวิตอันเดียวที่มันมี มันจับเชือกนั้นไว้แน่น แข้งขาที่เหลือมันยังเกาะเกี่ยวกันและกัน โอบกอดประคับประคองกันให้ผ่านความลำเค็ญแบบนั้นมาได้ มันเริ่มใช้ชีวิตของมันเพื่อตัวเองไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อผู้อื่น เพื่อกันและกัน พี่น้องหรือเพื่อนร่วมทุกข์ที่มันมี
และวันนี้มันก็พร้อมสำหรับทุกอย่าง ปีกน้อยๆกระพือแผ่วเบาแต่ทรงพลัง พาตัวของมันออกไปเผชิญโลกกว้าง ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากยากเย็นกว่านี้หรือนุ่มนวลเบาสบายง่ายดายปานใด ผมเชื่อว่าพวกมันจะยังจำค่ำคืนนั้นได้ ท่ามกลางความมืดอันโหดร้าย คืนที่แกว่งไกวกลางสายลมฝนด้วยกัน
ความเป็นพี่น้อง ของขวัญชิ้นแรกที่พ่อแม่และวัฎฎสงสารมอบไว้ให้เรา