ขอเริ่มด้วยปี 2524 ยามเย็นในย่านอนุสาวรีย์ชัย ผมกำลังรอขึ้นรถทัวร์ ในย่านนั้นมีสิ่งหรูหราเยอะ เช่น
ข้าวแกงรามา ในบรรยากาศสุดหรูแบบร้านฟาสต์ฟู้ด แต่ผมเลือกร้านที่มีกาแฟขาย และคูล
ผมสั่งอาหารสุดทันสมัยคือข้าวผัดอเมริกัน แล้วตามด้วยเครื่องดื่มหรูคือเนสกาแฟร้อน
ซึ่งแพงมาก แก้วละ 20 บาท ในขณะที่เงินเดือนหมอคือ 4200 บาท
กาแฟร้อนในร้านหรู จะชงมาจากในร้าน พร้อมโถใส่น้ำตาลและครีม
ผมค่อยๆจิบเพื่อละเลียดอย่างซาบซึ้ง ผมต้องระวังไม่กินน้ำหรืออาหารมากเกินไปเพราะรถทัวร์จะจอดครั้งต่อไป
ที่ลำนารายณ์ แน่นอนในกระเป๋าผมยังมีเนสกาแฟฝาทอง ซึ่งจะซื้อจากที่ใดไม่ได้นอกจากเซนทรัล พลาซ่า
ลาดพร้าว ซึ่งผมใช้เวลาชมทั้งวันราวกับพิพิธภัณฑ์ และเอาไปโม้ให้คนโรงบาลฟังได้อีกเป็นสัปดาห์
ผมติดกาแฟมาตั้งแต่เป็นอินเทอร์น ก่อนนั้นกินไม่หนักมาก แต่อินเทอร์นที่รพ.ขอนแก่น นั้นสามารถกินกาแฟได้
ไม่อั้น พร้อมไข่ลวก แก้วกาแฟจะถูกตั้งไว้เป็นเข่ง ทุกแก้วจะบิ่นและหูหัก มีนมผงให้เติมไม่อั้นแต่ไม่มีครีม
ผมกินหนักมากจนติด ส่วนข้าวต้มกับไข่ลวกไม่ค่อยได้กิน เพราะจะถูกตามก่อนเสมอ
ผมนั่งรถทัวร์ไปถึงอำเภอที่ผมอยู่ในเพชรบูรณ์ ณ ตอนนั้นยุทธการผาเมืองเผด็จศึก เพิ่งจบลง
แต่กลางคืนจะยังได้ยินเสียงปืนประปราย เขาค้อยังเป็นพื้นที่ต้องห้าม การฝ่าฝืนคืออาจขาขาดจากการ
เหยียบกับระเบิด โดยเฉพาะคนที่แอบไปฉี่ข้างทาง
เย็นวันรุ่งขึ้น ผมควักเนสกาแฟฝาทองออกมาชง ปูเสื่อที่สนามหญ้า
ขาประจำของผมคือพนักงานแบงก์กรุงไทยสองคน ทหารหนุ่มอีกคนสองคนจาก พตท.43
คนหนึ่งเป็นนักบินเครื่องบินสอดแนม L39 อีกคนเป็นทหารม้า
ชายหนุ่มโสดเมื่อมาอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรดีกว่าไปโรงพยาบาล ที่รวมของคนหนุ่มสาวที่จบปริญญา
และเปิดทั้งคืน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่มากินกาแฟด้วยคือคนที่สวยที่สุดในอำเภอ
ที่ รพ.ของผม ราวๆห้าโมงเย็นพระอาทิตย์จะตกหลังภูทับเบิก อากาศจะเริ่มเย็น
น้องทหารก็เอาแก้วกาแฟใหม่มาอวด ส่วนพวกพยาบาลก็เอาเนื้อแดดเดียวทอดมาแบ่งกิน
เรากินกาแฟกันแบบนี้หลายปี จนกระทั่งเขาค้อถูกถางจนหมด คือเดิมเขาค้อเหมือนเขาใหญ่
ไม่ใช่ทุ่งหญ้า เต็มไปด้วยป่ารกทึบสลับกับต้นสนและต้นค้อซึ่งคล้ายต้นมะพร้าว
และมีการทดลองปลูกกาแฟ โดยNGO ร่วมกับทหาร
นอกจากนี้ในย่านพิษณุโลกก็เริ่มมีการปลูกกาแฟด้วย
ราวปี 2528 น้องทหารมาบอกผมว่ามีกาแฟแบบใหม่อร่อยโคตรๆ คือเอาเม็ดกาแฟที่ปลูกได้มาบด
แล้วเอาน้ำร้อนเดือดๆ ราดลงไป มีขายที่เขาค้อเท่านั้น แน่นอนมันคือกาแฟสด ซึ่งน่าจะมีครั้งแรกของ
เมืองไทย (ไม่นับตามโรงแรมสุดหรูที่อาจมี) ซึ่งทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน
แน่นอนผมไปชิม
การไปเขาค้อคือต้องไปกับรถโรงพยาบาล เพื่อไปตรวจคนไข้
แล้วไปกินกาแฟ ซึ่งลำบากมากเพราะรถไม่มีแอร์และทางมีแต่ฝุ่น อีกทางเลือกคือไปกินร้านจ่าทวี ซึ่งอยู่
ไกลเกือบถึงพิษณุโลก มีตัวเลือกมากกว่า แต่ชงคล้ายกันคือใช้น้ำร้อนจากกา ไม่มีแอร์
นั่นคือที่ว่าขับรถเป็นร้อยโล เพื่อหากาแฟสดแก้วเดียว
ช่วงนั้นมียุทธภูมิร่มเกล้าเกิดขึ้น ทหารจำนวนมากถูกส่งมาที่เพชรบูรณ์
เพราะทหารคุ้นเคยกับโรงพยาบาลผมดี มีแพทย์จากพระมงกุฎมาผ่าตัดทั้งวันทั้งคืน
ทุกคนและผมกินกาแฟกันไม่อั้นจนเมากาแฟ
ต่อมาผมย้ายที่ทำงานมาอยู่ภาคกลาง ไม่มีกาแฟสด มีแต่เนสกาแฟเหมือนเดิม
ก๊วนกาแฟเหมือนจะแตกออก เหลือแต่คนที่เป็นสาวสวยอันดับหนึ่งตามผมมาด้วย
แต่สิ่งดีงามก็บังเกิด มีร้านจ่าทวีสาขา 2 มาเปิดแถวชะอำ ผมจึงไม่ลังเลที่จะขับรถ
ไปกิน เป็นร้อยโลเหมือนเดิม เพราะแถวจังหวัดที่ผมอยู่ไม่มีกาแฟสด
ร้านจ่าทวี2 นี้ไม่มีแอร์เหมือนเดิม
บรรยากาศแบบคาราบาว ตกแต่งด้วยเขาควาย
แต่พระเจ้าเข้าข้างผมอีกสองสามปี ก็มีร้านกาแฟสดมาเปิดที่ปั๊มบางจากในย่านที่ผมอยู่
ผมจึงไปกินประจำ พร้อมฟังเรื่องผีจากคนขาย ซึ่งเป็นสาวเหนือที่มองเห็นผี
กาแฟเป็นโรบัสต้าจากแหล่งภาคเหนือแต่ถือว่าอร่อยทีเดียว
และผมเริ่มพัฒนารสนิยมเป็นกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาลและครีม เพื่อให้ดูแตกต่าง
อีกสองสามปี เหมือนทุกอย่างจะระเบิดออก มีร้านกาแฟเปิดพร้อมกันถึงสองร้าน
คือร้านบ้านใร่กาแฟ และร้านคอฟฟีบอย
ร้านบ้านไร่กาแฟจุดแข็งคือมีแก้วดินเผาแจก แก้วจะแช่ในน้ำร้อนก่อนชง
บรรยากาศสุดหรู เมนูสุดพิสดาร
บ้านใร่มีจุดแข็งคือคิวซีหนักมาก ผู้ตรวจงานจะตรวจอย่างละเอียด
ตั้งแต่ความสะอาด การเตรียมกาแฟ
แม้แต่เสื้อผ้าหน้าผมของคนขาย ที่รู้เพราะผมสนิทกับคนขาย
หลังจากที่เธอลาออกมาเปิดร้านเอง

แก้วกาแฟร้านบ้านใร่ฯ ที่ผมเก็บไว้
ส่วนคอฟฟี่บอยเปิดในปั๊มเอสโซ่ใกล้ตัวเมือง
จุดแข็งคือเปิด 24 ชั่วโมง โดยคนขายหนุ่มซึ่งคลั่งมังงะเป็นชีวิตจิตใจ
ทุกคืนจะมีวัยรุ่นมานั่งกินกาแฟและคุยเรื่องญี่ปุ่นจนดึก เป็นร้านที่ฮอตมากๆ
ส่วนผมก็กินมันเช้าเย็น และยังกินกาแฟสำเร็จรูปอีกนับไม่ถ้วน
จากนั้นทุกอย่างก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันกาแฟสดกลายเป็นของธรรมดาไปแล้ว
สิ่งที่ผมประทับใจคือเราน่าจะมีร้านกาแฟที่เปิดดึกๆ ทุกอำเภอ ให้เด็กวัยรุ่นมานั่งคุยกัน
บรรยากาศน่าจะศิวิไลซ์และผ่อนคลายมาก
**ไทม์ไลน์ และรายละเอียดอาจคลาดเคลื่อน ต้องขออภัยด้วย****
ในปี 2528 หมอหนุ่มตามล่าหากาแฟสด ขับรถนับร้อยกิโลเพื่อหากาแฟดีๆ สักแก้วหนึ่ง
ข้าวแกงรามา ในบรรยากาศสุดหรูแบบร้านฟาสต์ฟู้ด แต่ผมเลือกร้านที่มีกาแฟขาย และคูล
ผมสั่งอาหารสุดทันสมัยคือข้าวผัดอเมริกัน แล้วตามด้วยเครื่องดื่มหรูคือเนสกาแฟร้อน
ซึ่งแพงมาก แก้วละ 20 บาท ในขณะที่เงินเดือนหมอคือ 4200 บาท
กาแฟร้อนในร้านหรู จะชงมาจากในร้าน พร้อมโถใส่น้ำตาลและครีม
ผมค่อยๆจิบเพื่อละเลียดอย่างซาบซึ้ง ผมต้องระวังไม่กินน้ำหรืออาหารมากเกินไปเพราะรถทัวร์จะจอดครั้งต่อไป
ที่ลำนารายณ์ แน่นอนในกระเป๋าผมยังมีเนสกาแฟฝาทอง ซึ่งจะซื้อจากที่ใดไม่ได้นอกจากเซนทรัล พลาซ่า
ลาดพร้าว ซึ่งผมใช้เวลาชมทั้งวันราวกับพิพิธภัณฑ์ และเอาไปโม้ให้คนโรงบาลฟังได้อีกเป็นสัปดาห์
ผมติดกาแฟมาตั้งแต่เป็นอินเทอร์น ก่อนนั้นกินไม่หนักมาก แต่อินเทอร์นที่รพ.ขอนแก่น นั้นสามารถกินกาแฟได้
ไม่อั้น พร้อมไข่ลวก แก้วกาแฟจะถูกตั้งไว้เป็นเข่ง ทุกแก้วจะบิ่นและหูหัก มีนมผงให้เติมไม่อั้นแต่ไม่มีครีม
ผมกินหนักมากจนติด ส่วนข้าวต้มกับไข่ลวกไม่ค่อยได้กิน เพราะจะถูกตามก่อนเสมอ
ผมนั่งรถทัวร์ไปถึงอำเภอที่ผมอยู่ในเพชรบูรณ์ ณ ตอนนั้นยุทธการผาเมืองเผด็จศึก เพิ่งจบลง
แต่กลางคืนจะยังได้ยินเสียงปืนประปราย เขาค้อยังเป็นพื้นที่ต้องห้าม การฝ่าฝืนคืออาจขาขาดจากการ
เหยียบกับระเบิด โดยเฉพาะคนที่แอบไปฉี่ข้างทาง
เย็นวันรุ่งขึ้น ผมควักเนสกาแฟฝาทองออกมาชง ปูเสื่อที่สนามหญ้า
ขาประจำของผมคือพนักงานแบงก์กรุงไทยสองคน ทหารหนุ่มอีกคนสองคนจาก พตท.43
คนหนึ่งเป็นนักบินเครื่องบินสอดแนม L39 อีกคนเป็นทหารม้า
ชายหนุ่มโสดเมื่อมาอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรดีกว่าไปโรงพยาบาล ที่รวมของคนหนุ่มสาวที่จบปริญญา
และเปิดทั้งคืน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่มากินกาแฟด้วยคือคนที่สวยที่สุดในอำเภอ
ที่ รพ.ของผม ราวๆห้าโมงเย็นพระอาทิตย์จะตกหลังภูทับเบิก อากาศจะเริ่มเย็น
น้องทหารก็เอาแก้วกาแฟใหม่มาอวด ส่วนพวกพยาบาลก็เอาเนื้อแดดเดียวทอดมาแบ่งกิน
เรากินกาแฟกันแบบนี้หลายปี จนกระทั่งเขาค้อถูกถางจนหมด คือเดิมเขาค้อเหมือนเขาใหญ่
ไม่ใช่ทุ่งหญ้า เต็มไปด้วยป่ารกทึบสลับกับต้นสนและต้นค้อซึ่งคล้ายต้นมะพร้าว
และมีการทดลองปลูกกาแฟ โดยNGO ร่วมกับทหาร
นอกจากนี้ในย่านพิษณุโลกก็เริ่มมีการปลูกกาแฟด้วย
ราวปี 2528 น้องทหารมาบอกผมว่ามีกาแฟแบบใหม่อร่อยโคตรๆ คือเอาเม็ดกาแฟที่ปลูกได้มาบด
แล้วเอาน้ำร้อนเดือดๆ ราดลงไป มีขายที่เขาค้อเท่านั้น แน่นอนมันคือกาแฟสด ซึ่งน่าจะมีครั้งแรกของ
เมืองไทย (ไม่นับตามโรงแรมสุดหรูที่อาจมี) ซึ่งทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน
แน่นอนผมไปชิม
การไปเขาค้อคือต้องไปกับรถโรงพยาบาล เพื่อไปตรวจคนไข้
แล้วไปกินกาแฟ ซึ่งลำบากมากเพราะรถไม่มีแอร์และทางมีแต่ฝุ่น อีกทางเลือกคือไปกินร้านจ่าทวี ซึ่งอยู่
ไกลเกือบถึงพิษณุโลก มีตัวเลือกมากกว่า แต่ชงคล้ายกันคือใช้น้ำร้อนจากกา ไม่มีแอร์
นั่นคือที่ว่าขับรถเป็นร้อยโล เพื่อหากาแฟสดแก้วเดียว
ช่วงนั้นมียุทธภูมิร่มเกล้าเกิดขึ้น ทหารจำนวนมากถูกส่งมาที่เพชรบูรณ์
เพราะทหารคุ้นเคยกับโรงพยาบาลผมดี มีแพทย์จากพระมงกุฎมาผ่าตัดทั้งวันทั้งคืน
ทุกคนและผมกินกาแฟกันไม่อั้นจนเมากาแฟ
ต่อมาผมย้ายที่ทำงานมาอยู่ภาคกลาง ไม่มีกาแฟสด มีแต่เนสกาแฟเหมือนเดิม
ก๊วนกาแฟเหมือนจะแตกออก เหลือแต่คนที่เป็นสาวสวยอันดับหนึ่งตามผมมาด้วย
แต่สิ่งดีงามก็บังเกิด มีร้านจ่าทวีสาขา 2 มาเปิดแถวชะอำ ผมจึงไม่ลังเลที่จะขับรถ
ไปกิน เป็นร้อยโลเหมือนเดิม เพราะแถวจังหวัดที่ผมอยู่ไม่มีกาแฟสด
ร้านจ่าทวี2 นี้ไม่มีแอร์เหมือนเดิม
บรรยากาศแบบคาราบาว ตกแต่งด้วยเขาควาย
แต่พระเจ้าเข้าข้างผมอีกสองสามปี ก็มีร้านกาแฟสดมาเปิดที่ปั๊มบางจากในย่านที่ผมอยู่
ผมจึงไปกินประจำ พร้อมฟังเรื่องผีจากคนขาย ซึ่งเป็นสาวเหนือที่มองเห็นผี
กาแฟเป็นโรบัสต้าจากแหล่งภาคเหนือแต่ถือว่าอร่อยทีเดียว
และผมเริ่มพัฒนารสนิยมเป็นกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาลและครีม เพื่อให้ดูแตกต่าง
อีกสองสามปี เหมือนทุกอย่างจะระเบิดออก มีร้านกาแฟเปิดพร้อมกันถึงสองร้าน
คือร้านบ้านใร่กาแฟ และร้านคอฟฟีบอย
ร้านบ้านไร่กาแฟจุดแข็งคือมีแก้วดินเผาแจก แก้วจะแช่ในน้ำร้อนก่อนชง
บรรยากาศสุดหรู เมนูสุดพิสดาร
บ้านใร่มีจุดแข็งคือคิวซีหนักมาก ผู้ตรวจงานจะตรวจอย่างละเอียด
ตั้งแต่ความสะอาด การเตรียมกาแฟ
แม้แต่เสื้อผ้าหน้าผมของคนขาย ที่รู้เพราะผมสนิทกับคนขาย
หลังจากที่เธอลาออกมาเปิดร้านเอง
แก้วกาแฟร้านบ้านใร่ฯ ที่ผมเก็บไว้
ส่วนคอฟฟี่บอยเปิดในปั๊มเอสโซ่ใกล้ตัวเมือง
จุดแข็งคือเปิด 24 ชั่วโมง โดยคนขายหนุ่มซึ่งคลั่งมังงะเป็นชีวิตจิตใจ
ทุกคืนจะมีวัยรุ่นมานั่งกินกาแฟและคุยเรื่องญี่ปุ่นจนดึก เป็นร้านที่ฮอตมากๆ
ส่วนผมก็กินมันเช้าเย็น และยังกินกาแฟสำเร็จรูปอีกนับไม่ถ้วน
จากนั้นทุกอย่างก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันกาแฟสดกลายเป็นของธรรมดาไปแล้ว
สิ่งที่ผมประทับใจคือเราน่าจะมีร้านกาแฟที่เปิดดึกๆ ทุกอำเภอ ให้เด็กวัยรุ่นมานั่งคุยกัน
บรรยากาศน่าจะศิวิไลซ์และผ่อนคลายมาก
**ไทม์ไลน์ และรายละเอียดอาจคลาดเคลื่อน ต้องขออภัยด้วย****