ไส้กรองอากาศรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?



เราควรเปลี่ยนกรองกระดาษทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร กรองผ้าควรเปลี่ยนทุก ๆ 100,000 – 200,000 กิโลเมตร ส่วนกรองสแตนเลสจะเปลี่ยนทุก ๆ 300,000 อย่างต่ำ ส่วนการล้างกรองนั้นไม่ว่าจะเป็นกรองกระดาษ กรองผ้า หรือกรองสแตนเลส ให้ทำทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร ซึ่งการที่ไม่ล้างกรองก็จะทำให้ประสิทธิภาพของกรองลดลงและมีปัญหาตามมาได้

ถ้าไม่ล้างกรองอากาศจะเป็นอะไรไหม?
          หากเราไม่ล้างกรองอากาศเลยจะทำให้กรองอากาศนั้นเกิดการอุดตัน ซึ่งเกิดขึ้นโดยการที่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไป เมื่อกรองอากาศเกิดการอุดตันจะทำให้เกิดอาการเหล่านี้
เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้นหรือเร่งได้ยากกว่าปกติ 
เครื่องยนต์มีอาการสะดุดหรือกระตุก  เนื่องจากอากาศไม่สามารถไหลผ่านเข้าระบบการเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์
อัตราการเผาไหม้ของน้ำมันมากขึ้น ทำให้เปลืองน้ำมันมากผลมาจากการเร่งที่ไม่สมบูรณ์
มีแรงม้าในการขับน้อยลงหรือเครื่องยนต์อาจสตาร์ทไม่ติด 
      เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์เกิดปัญหาและความเสียหาย เราควรถอดกรองอากาศออกมาล้างทุกๆ 5,000 กิโลเมตร
ทำไมต้องเปลี่ยนกรองอากาศ?

            กรองอากาศมีหน้าที่คือดักจับฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปในเครื่องยนต์และกรองอากาศดีให้เข้าไปผสมกับน้ำมัน ทำให้เครื่องยนต์เร่งง่าย ควันไม่ดำ เมื่อใช้ไปนาน ๆ กรองอากาศจะเริ่มมีฝุ่นสะสมและเริ่มอุดตันทำให้อากาศไหลเข้าสู่เครื่องยนต์ไม่สะดวก

             กรองอากาศควรทำความสะอาดโดยการถอดออกมาแล้วเป่าทำความสะอาดทุก ๆ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร เมื่อกรองอากาศผ่านการใช้งานไปสักพักก็จะเกิดการจับตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กทำให้ไม่สามารถเป่าทำความสะอาดได้หมด ถ้าปล่อยทิ้งไว้ฝุ่นละอองก็จะทะลุผ่านเข้าไปอีกด้านของตัวกรองเข้าสู่เครื่องยนต์ เมื่อใกล้ครบ 10,000 กิโลเมตร กรองอากาศจะมีฝุ่นจับหนา ทำให้อากาศผ่านเข้าไปได้น้อย เครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ สังเกตได้จาก เร่งเครื่องไม่ขึ้น ควันดำมากขึ้นกว่าเดิมและเปลืองน้ำมัน ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนกรองอากาศกันอีกครั้ง

              กรองอากาศที่มีอยู่ในรถตั้งแต่แรกนั้นเป็นกรองกระดาษซึ่งอุดตันได้ง่ายเมื่อใช้ไปได้ระยะเวลาหนึ่งและยังขาดยุ่ยหรือหลุดเข้าไปในเครื่องยนต์ได้ ทำให้เครื่องเกิดการสึกหรอถ้าดูแลไม่ดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่