JJNY : หอการค้าชี้หนี้ครัวเรือนปี67 สูงขึ้น 8.4%│วุฒิสภาเดือด!│สงขลา ต้นหอมราคาพุ่ง│ชี้ฝุ่นพีเอ็มอานุภาพทำลายลึกถึงเซลล์

หอการค้า ชี้ หนี้ครัวเรือนปี 67 สูงขึ้น 8.4%
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_773296/
 
 
หอการค้า ชี้ หนี้ครัวเรือนปี 67 สูงขึ้น 8.4% คิดเป็น กว่า 6แสนบาทต่อครอบครัว ชี้ สาเหตุหลักของการเป็นหนี้มาจากเศรษฐกิจชะลอตัว
 
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจ สถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2567 จากกลุ่มตัวอย่าง1,300 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า จากสมาชิกส่วนใหญ่เฉลี่ยมี 4 คนต่อ 1 ครัวเรือน และส่วนใหญ่ร้อยละ 34.7 มีรายได้ตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท มีการเก็บออมเพื่อกรณีฉุกเฉินน้อยลงจากปีที่ผ่านมา
 
โดยมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเครื่องดื่มมากที่สุด รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางยานพาหนะ ค่าที่อยู่อาศัยยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยครัวเรือนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.3 มีรายได้น้อยกว่ารายจ่ายทำให้ไม่มีเพียงพอที่จะเก็บออมส่งผลต่อการสร้างหนี้ ผ่านการกดบัตรเงินสด บัตรเครดิต กู้ผ่านธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจ จำนำสินทรัพย์กู้เงินสหกรณ์ รวมถึงมีการยืมญาติพี่น้อง หรือนายทุน
 
โดยมองว่าค่าครองชีพในปัจจุบันทำให้ความเป็นอยู่แย่ลงมาก โดยครอบครัว ร้อยละ 99.7 มีหนี้ และไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ โดยแต่ละครัวเรือนในปี 2567 มีหนี้เฉลี่ย อยู่ที่606,378.38 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 8.4 คิดเป็นหนี้ในระบบร้อยละ 69.9 และหนี้นอกระบบร้อยละ 30.1
 
ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้หนี้ครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น คือ สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว การพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้มีความต้องการซื้อมากขึ้น รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน คือการให้ความรู้ในการวางแผนใช้เงิน หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การเพิ่มรายได้ การเพิ่มสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย และการลดค่าครองชีพให้สอดคล้องกับกลุ่มเปราะบาง
 

 
สงขลา ต้นหอม ราคาพุ่งแตะ กก.ละ 200 บาท คาดผักอื่นจ่อพาเหรดขึ้นตาม.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_9405351
 
สงขลา ต้นหอม ราคาพุ่งแตะ กก.ละ 200 บาท ผักบุ้งจีนขยับเล็กน้อย คาดผักอื่นจ่อพาเหรดขึ้นตาม เหตุแหล่งปลูกภาคกลางน้ำท่วมเสียหาย
 
วันที่ 10 ก.ย. 2567 ผู้สื่อข่าว จ.สงขลา รายงานว่า ตลาดผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะนี้ต้นหอมมีการปรับราคาขึ้นจาก กก.ละ 160 บาท เป็น กก.ละ 200 บาท ผักบุ้งจีน จาก กก.ละ 30 บาท ปรับขึ้นเป็น 40 บาท
 
ราคาที่ปรับขึ้นนี้มาจากเอเย่นต์ใหญ่ที่ส่งมาจากต้นทางภาคกลาง เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตกน้ำท่วม แปลงผักได้รับความเสียหาย ทำให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง ส่วนผักอื่นๆ ราคายังปกติ
 
โดยราคาผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า ผักชี กก.ละ 150 บาท ขึ้นฉ่าย กก.ละ 150 บาท ผักคะน้า กก.ละ 40 บาท ผักกาดหอม กก.ละ 80 บาท และผักกาดขาว กก.ละ 50 บาท
 
นางประภา จินดา อายุ 42 ปี แม่ค้าขายผักตลาดทรัพย์สินพลาซ่า กล่าวว่า ผักส่วนใหญ่สั่งมาจาก จ.ราชบุรี เพราะในบ้านเราไม่ค่อยมี แม้ของจะแพงแต่ก็ยังขายดี ตนสั่งต้นหอมมาขายวันละ 10 กว่า กก. ส่วนผักอื่นยังไม่มีการขึ้นราคา
 
นางประภา กล่าวต่อว่า คิดว่าหลังจากนี้คงจะมีการขึ้นราคาอีก สาเหตุน่าจะเพราะฝนตกทางภาคกลาง แหล่งปลูกผักในภาคกลางหลายจังหวัดฝนตกน้ำท่วม แปลงผักได้รับความเสียหาย ทำให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง ทำให้ของแพงขึ้น



วุฒิสภาเดือด! ปมตั้งกมธ.แก้น้ำท่วม ท้าลั่นให้ฟ้าผ่า ตายกลางสภา สว.บางคนร่ำไห้
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_9405354

วุฒิสภาเดือด หมอเปรม ปะทะ นายพล ซัดเหมือนขอทาน ผิดสัจจะ ไม่ยอมให้ตั้งกมธ.แก้ปัญหาน้ำท่วม สว.เศรณี ร่ำไห้ พ้อวุฒิสภาไม่คิดช่วยเกษตรกร
 
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ย.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากวิกฤตอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ ซึ่งเสนอโดยนายเศรณี อนิลบล สว. และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.
 
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวเสนอญัตติว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) มีชาย 3 คนบอกตนว่าทำไมไม่แก้ไข ทำไมต้องศึกษา หากศึกษาไม่ต้องตั้งกมธ.ตนไม่บอกว่าชาย 3 คนเป็นใคร แต่ส่วนสูง สูงกว่าตน ตนไม่ได้กลัว แต่อย่ามารุม ขอให้มาทีละคน ที่ถามตน ตนฟังแล้วรู้สึกงง ทั้งที่ญัตตินี้ได้รับการบรรจุวาระ โดยประธานวุฒิสภาแล้ว
 
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า วันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะประชุมวันนี้ มีพล.อ.คนหนึ่งโทรศัพท์หาตน ซึ่งไม่ใช่พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง บอกให้ตนล้มเลิก ตนบอกล้มเลิกอย่างไร เพราะวันพุธที่แล้วมีการประชุมกันแล้วบอกว่า กมธ.ของคุณหมอขอเป็น 30 คน เป็นสว. 20 คน เป็นคนนอก 10 คน ตนก็โอเค และเขายังบอกว่าเป็นของสว.กลุ่มใหญ่ 15 คน และของกลุ่มเล็ก 5 คน
 
เขาบอกว่าแล้วคุณหมอ ผมก็บอกว่าควรเป็นกมธ. เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง อย่างนี้ต้องมาขอเหมือนเป็นขอทานเข้าไปทุกที ในที่สุดก็บรรลุข้อตกลงว่า สว. 20 คน มาจากบ้านใหญ่ 15 คน และสว.เสียงส่วนน้อย 5 คน ใครว่าไม่ใช่แบบนี้ในการประชุมห้อง 428 ยกมือค้านผมได้เลย ถ้าผมพูดความเท็จให้ฟ้าผ่าร่างเป็น 2 ท่อนเลย ผมยินดีตายกลางสภา” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
 
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ตนจะขอให้มีคนพิสูจน์เรื่องนี้ว่าทำไมถึงกลับไปกลับมา ตนไม่ใช่นายพล เป็นนายแพทย์ แต่รักษาสัจจะ เมื่อพูดแล้วรักษาคำพูดเป็นนาย และพล.อ.คนนี้ ยังบอกว่าหากอภิปรายเสร็จขอให้จบ ไม่ต้องตั้ง กมธ. ตนก็งง เพราะการตั้งกมธ.เป็นเรื่องปกติ
 
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนงง ว่า การตั้งกมธ.น้ำท่วมเป็นของแสลงอะไร ถึงกลัวกันหนัก ใครจะสูญเสียผลประโยชน์อย่างไร อย่างนี้จะให้ตนทำงานอย่างไร ตนเป็นสว.เข้ามาด้วยความเจียมตัว แต่วันที่ปฏิญาณตนในสภา วันที่ 23 ก.ค. ตนยืนอย่างองอาจที่นี่ว่าจะทำตามหน้าที่ของสว. อย่างซื่อสัตย์ สุจริต ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใครทั้งสิ้น
 
แต่ถูกนายมงคล ขอให้พูดเข้าประเด็น ทำให้นพ.เปรมศักดิ์โต้ว่า ประธานอย่ามาเบรก อยู่หล่อๆอย่างนั้นดีแล้ว และขอให้มีกมธ.ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยกันคิด ก่อนที่น้ำจะมาท่วมสภาฯ
 
ทำให้พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ลุกขึ้นชี้แจงทันที ว่า ตนเป็นคนที่โทรหา นพ.เปรมศักดิ์เอง ตนเป็นทหาร พูดกันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ตนจะอธิบายว่า ทำให้ตนโทรหานพ.เปรมศักดิ์ เพราะมีสมาชิกหลายคนไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.น้ำท่วม ด้วยสาเหตุว่าคณะกรรมการเกี่ยวกับการจัดการน้ำมีมากมายแล้ว ศึกษากันมาเป็น 10 ปี แต่ไม่เป็นรูปธรรม และในเมื่อจะตั้ง กมธ.สามัญประจำวุฒิสภาแล้ว ต่อไปอยู่ในอำนาจหน้าที่ แล้วจะขัดแย้งกันหรือเป็นภาระหรือไม่
 
ทั้งนี้ วันที่ 12-13 ก.ย. รัฐบาลจะแถลงนโยบายทำไมเราไม่คุยในสภาให้ได้ข้อยุติได้เนื้อหาสาระแล้วนำเสนอในการแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะหลายคนเห็นว่าได้ผลไวกว่า ที่จะศึกษาในกรอบเวลา 30-120 วัน เพราะศึกษากันมานานแต่แก้ปัญหาไม่ได้
 
เพื่อไม่ให้เคลือบแคลงสงสัย พล.อ.คนนั้นคือผมเอง การที่ผมโทรหาหมอเปรม ก็เป็นการปรึกษา ว่ามีหลายคน เราต้องฟังความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ขอให้หมอเปรมถอยได้หรือไม่ ฟังจากที่ประชุมได้หรือไม่ จะผิดจะถูกผมไม่ทราบ แต่นี้คือความจริง และบอกเลยว่าพล.อ.สวัสดิ์ โทรหาก็จบ ไม่ต้องมาเยิ่นเย้อ อ้อมค้อม ไม่ต้องมาพูดมาก” พล.อ.สวัสดิ์ ชี้แจง
 
ขณะที่นายเศรณี อนิลบล สว. กล่าวอภิปรายด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ ว่า ขอพูดในหัวอก สว.ที่เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกร เข้าใจดีถึงความเดือดร้อน ยากลำบากของเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ญัตตินี้เป็นเรื่องสำคัญควรตั้งกมธ.ขึ้นมาศึกษาเร่งด่วน ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลได้แต่เยียวยา จ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกรที่ถูกน้ำท่วม แต่เกษตรกรไม่ต้องการ เขาอยากเห็นการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนเป็นระบบ แต่ทำไม่ได้ แม้จะศึกษาแนวทางแก้ปัญหามาหลายครั้ง แต่เก็บใส่ลิ้นชักไม่ทำ
 
ทุกรัฐบาลไม่จริงใจแก้ปัญหา เก่งกันนักเรื่องศึกษา แต่ไม่เคยทำ ไม่เคยเห็นรัฐบาลใดจริงใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง การแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม ทำแบบเกาไม่ถูกที่คัน ผมพูดจากความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทำไมสภาไม่ฟังเสียงข้างน้อย ไม่คิดช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ทั้งที่การแก้ปัญหาเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังครูใหญ่ทุกอย่าง สว.ต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง
 
ดังนั้นทุกคนต้องมาร่วมมือกันไม่ว่าจะอยู่โรงเรียนใด จะมีครูใหญ่กี่คนต้องมาช่วยกัน สภาไม่ใช่การเมือง วันนี้ต้องทำงานเชิงรุก ผมหวังว่า สว.ที่มีความคิด สติปัญญา จะเห็นด้วย” นายเศรณี กล่าว
 
หลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่จะตั้งกมธ. โดยนายอลงกต วรกี สว. อภิปราย ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ. ศึกษาเรื่องน้ำท่วม เพราะกว่าจะแก้ปัญหาได้ ต้องใช้เวลานาน ไม่รู้จะถึง 25 ปี หรือไม่ สุดท้ายจะกลายเป็นกระดาษบนหิ้ง ขอสรุปให้ทุกคนเสนอมาเลย จะแก้ปัญหาที่ไหน
 
ก่อนที่ นายอลงกต จะทำท่า แกล้งร้องไห้ ล้อเลียนเพื่อนสส. ว่า ฟังแล้วอยากจะร้องไห้เหมือนกัน แก้กันมานาน ยังแก้ไม่ได้สักที มีกระดาษทิชชู่ไหมครับ อึดอัดใจเหลือเกิน อยากให้มีการแก้เร็วๆ และแก้ปัญหาชาวบ้านเร็วๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่