รู้หรือไม่ ....การตรวจสุขภาพประจำปี ...มีค่าที่แจ้งว่าไตคุณเป็นเช่นไร...นั่นคือ BUN และ Cr....
โรคไตในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็น
แต่ไม่ควรมองข้ามหากมีความเสี่ยงหรือพฤติกรรมที่เคยชินที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไต...เช่น
การชอบทานอาหารหวานจัด หรือ เค็มจัด ชอบทานอาหารขบเคี้ยว หรือแปรรูป / สำเร็จรูป ดื่มน้ำน้อย
วันนี้พี่หมอฝั่งธน...จะมาให้ความรู้
ตรวจคัดกรอง โรคไต ใครบ้างต้องไปตรวจ
“โรคไต” คือหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการปรับสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่ช่วยกำจัดสารเคมีรวมถึงยาที่เข้าสู่ร่างกาย ถ้าไตไม่ทำงานและไม่ได้รับการรักษา ก็ดำเนินชีวิตต่อไปไม่ได้
ผู้ป่วยโรคไตระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติ จึงทำให้สูญเสียโอกาสสำคัญในการรักษา การตรวจคัดกรองโรคไตจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ไต จะมีการแบ่งหน้าที่หลัก ๆ 3 อย่าง ได้แก่ การคัดกรองของเสียออกจากเลือดไปในรูปแบบน้ำปัสสาวะ
การปรับสมดุลน้ำ-เกลือแร่ในร่างกาย และการผลิตฮอร์โมนอีริโทรโพอิตินภายในไต
สาเหตุและปัจจัยหลักที่ทำให้ไตมีการทำงานผิดปกติจนก่อให้เกิดโรคไต
กรรมพันธุ์ - ประวัติคนในครอบครัวมีโรคแทรกซ้อนที่สร้างผลกระทบให้ไตมีการทำงานผิดปกติได้
เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต้เรื้อรัง
อายุที่เพิ่มมากขึ้น - ทำให้ไตในภาวะที่ถูกใช้งานเป็นเวลานานมีการทำงานที่เสื่อมสภาพลง
พฤติกรรมการบริโภค - การรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้านมากเกินไป
เช่น ทานเค็ม หวาน เปรี้ยว หรือเผ็ดในปริมาณมากเกินไป ส่งผลให้การไตมีการทำงานในการคัดกรองที่หนัก
ส่งผลสู่ภาวะไตเสื่อมสภาพก่อนวัยได้
การตรวจค่าไตสามารถวินิจฉัยโรคหลัก ๆ ภายในอวัยวะของไตได้ โดยโรคไตแบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่
โรคนิ่วในไต (Kidney Stones)
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ (Glomerulonephritis)
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infections)
โรคถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม (Polycystic Kidney Disease)

โรคไตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ทุกคนควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตเป็นประจำทุกปี
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรัง หากในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคไต ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคไตมากขึ้น
- ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ การทำงานของร่างกายจะค่อย ๆ ถดถอยลง
ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงโรคไตด้วยเช่นกัน
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จะส่งผลให้ไตทำงานหนักมากขึ้นจนเกิดการเสื่อมสภาพ
ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด ระบบไหลเวียนเลือดที่ผิดปกตินั้นอาจส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติไปด้วย
จนส่งผลให้เกิดเป็นโรคไตได้ในที่สุด
- ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน (Obesity) คือคนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI : Body Mass Index) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
คนกลุ่มนี้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไป
จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวายเรื้อรังมากขึ้นด้วยเช่นกัน
- ผู้ที่สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ จะทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้ยาก และไตเสื่อมได้เร็วขึ้น
วิธีตรวจค่าไต
-การตรวจปัสสาวะ
การตรวจปัสสาวะ (Urine analysis) คือ การตรวจค่าไตโดยดูน้ำที่ถูกคัดแยกในรูปแบบของเสียหรือ ยูเรีย
มาเป็นตัวกลางให้ทางแพทย์ช่วยคัดกรองส่วนประกอบสารเคมี กลิ่น และสีเป็นอย่างไร
เพื่อนำผลลัพธ์นี้ไปวินิจฉัยโรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ และการทำงานของไตได้
-การตรวจเลือด
การตรวจเลือด (Blood analysis) คือ การตรวจค่าไตโดยดูปริมาณเลือดนั้น เพื่อดูส่วนประกอบความสมบูรณ์แบบของเม็ดเลือด
ไม่ว่าจะเป็น ความเข้มข้นของเลือด , สารเคมี โปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ในน้ำเลือด , ปริมาณคอลเลสตอรอลในเลือด
และไนโตรเจนในสารยูเรียที่หลงเหลือในกระแสเลือดในปริมาณมากน้อยแค่ไหน
การตรวจค่าเลือด BUN คือ การเจาะเลือดตรวจค่าไต เพื่อประเมินคุณภาพเลือด
โดยนำไปวัดค่าไนโตรเจนจากส่วนประกอบของยูเรียว่ามีปริมาณรั่วออกมาในกระแสเลือดมากน้อยแค่ไหน
ค่า BUN ปกติ จากการตรวจเลือดจะถูกแบ่งเกณฑ์ตามอายุ
ค่า BUN ปกติในผู้ใหญ่ อยู่ที่ประมาณ 10 - 20 mg/dL
ค่า BUN ปกติในเด็ก อยู่ที่ประมาณ 5 - 18 mg/dL
หากค่า BUN สูง คือมีโอกาสเป็นไปได้ว่าระบบการทำงานของไตมีปัญหา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน
การตรวจเลือด Creatinine คือ การเจาะเลือดตรวจค่าไตเพื่อประเมินคุณภาพของเสียจากการเผาผลาญใช้งานของกล้ามเนื้อภายในร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง หรือการขยับทุกส่วนของร่างกาย หากค่า Creatinine ในกระแสเลือดมีปริมาณมากหรือน้อยเกินไป
อาจวินิจฉัยได้ว่าค่าไตของผู้ป่วยนั้นมีการทำงานผิดปกติ
ค่าปกติ Creatinine คือการขับสาร cr ผ่านทางไต 100% จะถูกแบ่งเกณฑ์ตามเพศ
ค่าปกติ Creatinine ของผู้ชาย : 0.6-1.2 mg/dL
ค่าปกติ Creatinine ของผู้หญิง : 0.5-1.1 mg/dL
หากค่า Creatinine ต่ำกว่าปกติ คือมีโอกาสเป็นไปได้ที่กล้ามเนื้อและเส้นประสาทไม่ได้รับการบริหารร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันจนถึงภาวะกล้ามเนื้อลีบ ฝ่อ แต่หาก Creatinine สูงกว่าปกติ คือมีสิ่งอุดตันในระบบปัสสาวะอย่าง นิ่ว และภาวะขาดน้ำ

หากตรวจค่าไตแล้วอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงเป็นโรคไต แนวทางวิธีรักษาโรคไตเพื่อให้ค่าไตกลับมาเป็นปกติ มี 3 วิธี
1.
การฟอกเลือด คือ การคัดกรองของเสียหรือสิ่งสกปรกตกค้างจากเลือดให้ถูกฟอกให้สะอาด
แล้วจากนั้นนำเลือดที่ถูกล้างเรียบร้อยแล้วกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
โดยระยะเวลาการฟอกเลือดใช้เวลา 3-5 ชม. และผู้ป่วยควรทำการฟอกเลือดอย่างต่ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
2.การล้างไตทางช่องท้อง คือ การนำน้ำยาสาร ชนิด CAPD เข้าไปในในช่องท้องของผู้ป่วย
เพื่อให้สารพิษที่ตกค้างทั่วทั้งร่างกายจะถูกดูดซึมผ่านกระแสเลือดไปยังน้ำยาในช่องท้อง
โดยวิธีนี้จะต้องทำการล้างไตทางช่องท้องตลอดวันละ 4 ครั้ง/สัปดาห์
3.การปลูกถ่ายไต คือ การปลูกถ่ายไตอันใหม่จากผู้บริจาคให้กับผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง
มาผ่าตัดส่วนของไตข้างใดข้างหนึ่งที่เสื่อมสภาพการทำงานออกไป แล้วใช้ไตใหม่นี้ผ่าตัดมาทดแทน
วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นโรคไตถาวร ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้การทำงานของไตเสื่อมสภาพหรือมีอายุสั้นลง
ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดภาระการทำงานของไต
งดสูบบุหรี่ถาวร เพื่อลดความดันโลหิตจากการสูบไปทำลายส่วนประกอบของไต อย่างหลอดเลือดฝอยถูกทำลายลงไป
หากเป็นบุคคลที่เคยตรวจเบาหวานแล้วพบโรค ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทุกชนิด
บุคคลที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ควรจำกัดการดื่มอย่างน้อย 1 แก้ว/วัน เพื่อควบคุมความดันโลหิตในกระแสเลือดให้คงที่เสมอ
บุคคลที่มีภาวะมวลดัชนี BMI เกินมาตรฐาน สามารถควบคุมน้ำหนักโดยการออกกำลังกาย
ดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ให้แคลอรี่น้อยแต่ให้พลังงานสูง พักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ
หมั่นตรวจค่าไตเป็นระยะ ๆ เพื่อเอาผลปัสสาวะหรือเลือด มาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ไตมีการใช้งานที่ยืนยาว
หากผู้ป่วยที่กำลังจะแต่งงาน สามารถทำการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานให้กับฝ่ายคู่ของตัวเอง
และตัวของผู้ป่วยก่อนที่จะวางแผนเริ่มมีบุตรได้ เพื่อป้องกันและรักษาโรคไตไม่ให้ถูกส่งต่อทางพันธุกรรม
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=x9niPlikkSo
https://www.youtube.com/watch?v=z5wVhc7KTrg
https://www.thonburihospital.com/doctorprofile/?department=284&specialist=342


ตรวจคัดกรอง โรคไต ใครบ้างต้องไปตรวจ
โรคไตในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็น
แต่ไม่ควรมองข้ามหากมีความเสี่ยงหรือพฤติกรรมที่เคยชินที่อาจส่งผลต่อการทำงานของไต...เช่น
การชอบทานอาหารหวานจัด หรือ เค็มจัด ชอบทานอาหารขบเคี้ยว หรือแปรรูป / สำเร็จรูป ดื่มน้ำน้อย
วันนี้พี่หมอฝั่งธน...จะมาให้ความรู้
“โรคไต” คือหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการปรับสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่ช่วยกำจัดสารเคมีรวมถึงยาที่เข้าสู่ร่างกาย ถ้าไตไม่ทำงานและไม่ได้รับการรักษา ก็ดำเนินชีวิตต่อไปไม่ได้
ผู้ป่วยโรคไตระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติ จึงทำให้สูญเสียโอกาสสำคัญในการรักษา การตรวจคัดกรองโรคไตจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ไต จะมีการแบ่งหน้าที่หลัก ๆ 3 อย่าง ได้แก่ การคัดกรองของเสียออกจากเลือดไปในรูปแบบน้ำปัสสาวะ
การปรับสมดุลน้ำ-เกลือแร่ในร่างกาย และการผลิตฮอร์โมนอีริโทรโพอิตินภายในไต
สาเหตุและปัจจัยหลักที่ทำให้ไตมีการทำงานผิดปกติจนก่อให้เกิดโรคไต
กรรมพันธุ์ - ประวัติคนในครอบครัวมีโรคแทรกซ้อนที่สร้างผลกระทบให้ไตมีการทำงานผิดปกติได้
เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต้เรื้อรัง
อายุที่เพิ่มมากขึ้น - ทำให้ไตในภาวะที่ถูกใช้งานเป็นเวลานานมีการทำงานที่เสื่อมสภาพลง
พฤติกรรมการบริโภค - การรับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้านมากเกินไป
เช่น ทานเค็ม หวาน เปรี้ยว หรือเผ็ดในปริมาณมากเกินไป ส่งผลให้การไตมีการทำงานในการคัดกรองที่หนัก
ส่งผลสู่ภาวะไตเสื่อมสภาพก่อนวัยได้
การตรวจค่าไตสามารถวินิจฉัยโรคหลัก ๆ ภายในอวัยวะของไตได้ โดยโรคไตแบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่
โรคนิ่วในไต (Kidney Stones)
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ (Glomerulonephritis)
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infections)
โรคถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม (Polycystic Kidney Disease)
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรัง หากในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคไต ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคไตมากขึ้น
- ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ การทำงานของร่างกายจะค่อย ๆ ถดถอยลง
ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงโรคไตด้วยเช่นกัน
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ จะส่งผลให้ไตทำงานหนักมากขึ้นจนเกิดการเสื่อมสภาพ
ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด ระบบไหลเวียนเลือดที่ผิดปกตินั้นอาจส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติไปด้วย
จนส่งผลให้เกิดเป็นโรคไตได้ในที่สุด
- ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน (Obesity) คือคนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI : Body Mass Index) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป
คนกลุ่มนี้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไป
จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวายเรื้อรังมากขึ้นด้วยเช่นกัน
- ผู้ที่สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ จะทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้ยาก และไตเสื่อมได้เร็วขึ้น
-การตรวจปัสสาวะ
การตรวจปัสสาวะ (Urine analysis) คือ การตรวจค่าไตโดยดูน้ำที่ถูกคัดแยกในรูปแบบของเสียหรือ ยูเรีย
มาเป็นตัวกลางให้ทางแพทย์ช่วยคัดกรองส่วนประกอบสารเคมี กลิ่น และสีเป็นอย่างไร
เพื่อนำผลลัพธ์นี้ไปวินิจฉัยโรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ และการทำงานของไตได้
-การตรวจเลือด
การตรวจเลือด (Blood analysis) คือ การตรวจค่าไตโดยดูปริมาณเลือดนั้น เพื่อดูส่วนประกอบความสมบูรณ์แบบของเม็ดเลือด
ไม่ว่าจะเป็น ความเข้มข้นของเลือด , สารเคมี โปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ในน้ำเลือด , ปริมาณคอลเลสตอรอลในเลือด
และไนโตรเจนในสารยูเรียที่หลงเหลือในกระแสเลือดในปริมาณมากน้อยแค่ไหน
การตรวจค่าเลือด BUN คือ การเจาะเลือดตรวจค่าไต เพื่อประเมินคุณภาพเลือด
โดยนำไปวัดค่าไนโตรเจนจากส่วนประกอบของยูเรียว่ามีปริมาณรั่วออกมาในกระแสเลือดมากน้อยแค่ไหน
ค่า BUN ปกติ จากการตรวจเลือดจะถูกแบ่งเกณฑ์ตามอายุ
ค่า BUN ปกติในผู้ใหญ่ อยู่ที่ประมาณ 10 - 20 mg/dL
ค่า BUN ปกติในเด็ก อยู่ที่ประมาณ 5 - 18 mg/dL
หากค่า BUN สูง คือมีโอกาสเป็นไปได้ว่าระบบการทำงานของไตมีปัญหา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน
การตรวจเลือด Creatinine คือ การเจาะเลือดตรวจค่าไตเพื่อประเมินคุณภาพของเสียจากการเผาผลาญใช้งานของกล้ามเนื้อภายในร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง หรือการขยับทุกส่วนของร่างกาย หากค่า Creatinine ในกระแสเลือดมีปริมาณมากหรือน้อยเกินไป
อาจวินิจฉัยได้ว่าค่าไตของผู้ป่วยนั้นมีการทำงานผิดปกติ
ค่าปกติ Creatinine คือการขับสาร cr ผ่านทางไต 100% จะถูกแบ่งเกณฑ์ตามเพศ
ค่าปกติ Creatinine ของผู้ชาย : 0.6-1.2 mg/dL
ค่าปกติ Creatinine ของผู้หญิง : 0.5-1.1 mg/dL
หากค่า Creatinine ต่ำกว่าปกติ คือมีโอกาสเป็นไปได้ที่กล้ามเนื้อและเส้นประสาทไม่ได้รับการบริหารร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันจนถึงภาวะกล้ามเนื้อลีบ ฝ่อ แต่หาก Creatinine สูงกว่าปกติ คือมีสิ่งอุดตันในระบบปัสสาวะอย่าง นิ่ว และภาวะขาดน้ำ
1.การฟอกเลือด คือ การคัดกรองของเสียหรือสิ่งสกปรกตกค้างจากเลือดให้ถูกฟอกให้สะอาด
แล้วจากนั้นนำเลือดที่ถูกล้างเรียบร้อยแล้วกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
โดยระยะเวลาการฟอกเลือดใช้เวลา 3-5 ชม. และผู้ป่วยควรทำการฟอกเลือดอย่างต่ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
2.การล้างไตทางช่องท้อง คือ การนำน้ำยาสาร ชนิด CAPD เข้าไปในในช่องท้องของผู้ป่วย
เพื่อให้สารพิษที่ตกค้างทั่วทั้งร่างกายจะถูกดูดซึมผ่านกระแสเลือดไปยังน้ำยาในช่องท้อง
โดยวิธีนี้จะต้องทำการล้างไตทางช่องท้องตลอดวันละ 4 ครั้ง/สัปดาห์
3.การปลูกถ่ายไต คือ การปลูกถ่ายไตอันใหม่จากผู้บริจาคให้กับผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง
มาผ่าตัดส่วนของไตข้างใดข้างหนึ่งที่เสื่อมสภาพการทำงานออกไป แล้วใช้ไตใหม่นี้ผ่าตัดมาทดแทน
วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากการเป็นโรคไตถาวร ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดภาระการทำงานของไต
งดสูบบุหรี่ถาวร เพื่อลดความดันโลหิตจากการสูบไปทำลายส่วนประกอบของไต อย่างหลอดเลือดฝอยถูกทำลายลงไป
หากเป็นบุคคลที่เคยตรวจเบาหวานแล้วพบโรค ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทุกชนิด
บุคคลที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ควรจำกัดการดื่มอย่างน้อย 1 แก้ว/วัน เพื่อควบคุมความดันโลหิตในกระแสเลือดให้คงที่เสมอ
บุคคลที่มีภาวะมวลดัชนี BMI เกินมาตรฐาน สามารถควบคุมน้ำหนักโดยการออกกำลังกาย
ดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ให้แคลอรี่น้อยแต่ให้พลังงานสูง พักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ
หมั่นตรวจค่าไตเป็นระยะ ๆ เพื่อเอาผลปัสสาวะหรือเลือด มาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ไตมีการใช้งานที่ยืนยาว
หากผู้ป่วยที่กำลังจะแต่งงาน สามารถทำการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานให้กับฝ่ายคู่ของตัวเอง
และตัวของผู้ป่วยก่อนที่จะวางแผนเริ่มมีบุตรได้ เพื่อป้องกันและรักษาโรคไตไม่ให้ถูกส่งต่อทางพันธุกรรม
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=x9niPlikkSo
https://www.youtube.com/watch?v=z5wVhc7KTrg
https://www.thonburihospital.com/doctorprofile/?department=284&specialist=342