สายพ่อบ้านแม่บ้านต้องถูกใจสิ่งนี้ เราเอื้อเป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านเอง แต่บางทีคือก็ไม่มีเวลาอยากจะประหยัดเวลาในการทำความสะอาด และเราไปเห็นสิ่งนี้มาเห็นว่าตอบโจทย์มากๆเลยสั่งมาใช้ ลองใช้แล้วคือดีและประหยัดเวลาในการทำความสะอาดบ้านไปเยอะมาก วันนี้เลยตั้งใจอยากจะมาบอกกับทุกคนเผื่อเค้ากำลังมองหาตัวช่วยอยู่ กับตัวนี้เลยHoover ONEPWR FloorMate JET เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตอบโจทย์คนยุคใหม่‼️ ด้วยความตัวนี้ไร้สายทำให้มีความสะดวกมากๆเวลาทำความสะอาดบ้านที่ไม่ต้องมีการลากสายเกะกะเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังให้ความแรงในการดูดสามารถเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณจุดต่าง ๆ ของบ้านและสิ่งที่เราชอบสุดๆเลยคือตัวนี้มีคุณสมบัติถูพื้นแบบเปียกในตัว จึงไม่จำเป็นต้องถูพื้นซ้ำอีกรอบให้สิ้นเปลืองเวลาประหยัดเวลาไปมากๆๆ
มาทำความรู้จักแบรนด์ Hoover กันหน่อยดีกว่า
Hoover เนี่ยเค้าเป็นแบรนด์ดังจากอเมริกาเลยนะ แต่คนรุ่นใหม่อย่างเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูแบรนด์ Hoover มากเท่าไหร่เพราะเค้าไม่ได้ทำตลาดบ้านเรามานานมาก จากที่หาข้อมูลมา Hooverเนี่ยเค้ามีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ในเรื่องของเครื่องดูดฝุ่นและอุปกรณ์ทำความสะอาด Hoover ถือว่าเป็นสินค้าคุณภาพสูงของสัญชาติอเมริกาเลยน้า
เดี๋ยวเรามาเริ่มต้นใช้งานกันเลยย
เริ่มแรกเราต้องมาประกอบร่างของเครื่องก่อน การประกอบก็ง่ายมากเพียงแค่เสียบก้านจับและใส่ขนแปรงก็เสร็จ โดยก้านจับช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่ง ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะถอดได้แต่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถอดแกะโดยง่าย (เน้นความแข็งแรง) นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนแปรงหรือแบตเตอรี่ จะถูกออกแบบมาให้ถอดประกอบ รวมถึงการล้างทำความสะอาดได้อย่างง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือแรงเยอะเป็นพิเศษ ก็สามารถถอดอุปกรณ์ออกมาได้ทุกชิ้น
เดี๋ยวเรามาดูกันว่าในภายกล่องให้อะไรมาบ้าง
Hoover ONEPWR FloorMate JET จะมีให้ หัวแปรงทำความสะอาด (FloorMate Jet Brushroll) มาถึง 2 หัวแปรง วิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างหัวแปรง ทางผู้ผลิตทำสีให้ต่าง “เพื่อผู้ใช้งาน” จะได้ไม่สับสนมากกว่า
👉🏼FloorMate Jet Gentle Brushroll : ทำจากวัสดุไมโครไฟเบอร์เพื่อการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
👉🏼FloorMate Jet Multi-Surface Brushroll : ทำจากวัสดุไมโครไฟเบอร์พร้อมขนแปรงไนลอนเพื่อการขัดถูอย่างอ่อนโยน
แต่เอาๆจริงนะจากที่ลองสัมผัส 2 หัวแปรงนี้เรารู้สึกว่าก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เพราะก็เหมาะกับการใช้งานในบ้านทั้งคู่ อาจจะมีความต่างกันตรงที่ความหยาบและละเอียด หรือใครสะดวกก็แยกใช้งานแต่ละห้องเช่น ห้องครัว, ห้องนอน, เพื่อรักษสความสะอาดของผ้าในหัวแปรงไปในตัวด้วย จะได้ไม่มีการใช้ปะปนกัน หรือจะเอาไว้เปลี่ยนระหว่างรอผ้าอีกหัวแปรงแห้งก็ได้
ต่อมาจะเป็นเป็นถังเก็บน้ำเสียและฝุ่น (Dirty Water Tank + Dirty Water Tank Lid) ซึ่งทุกอย่างที่ดูดเข้ามาจะรวมกันอยู่ในนี้ ไม่ว่าจะเป็นเศษขยะ เศษอาหาร เส้นขนสัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งน้ำยาถูพื้นที่เราฉีดลงไปที่พื้น จะทำการปั่นและถูกดูดขึ้นมาทั้งหมด
พอมีถังเก็บน้ำเสียแล้วก็ต้องมีถังเก็บน้ำดี ตัวนี้จะอยู่ด้านหลังของเครื่องจะเป็นถังเก็บน้ำดี (Clean Water Tank) โดยเราจะเติมน้ำเปล่าลงไปจากนั้นเราจะผสม Hoover เราสั่งมาด้วยกันเลย
ต่อมาดูที่“แบตเตอรี่”ตัวนี้เรียกได้ว่าใช้ร่วมกันได้ทั้งระบบของ Hoover กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เค้ามีเลย โดยแบตเตอรี่ก็จะมีให้เลือกตั้งแต่ 3.0 Ah และ 4.0 Ah สามารถใช้ร่วมหรือสลับกันได้หมดเลย และจะประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพราะตอนซื้อบางอุปกรณ์สามารถซื้อเครื่องเปล่า (ไม่มีแบตเตอรี่) ได้ด้วยน้าา
ส่วนตัวรู้สึกว่าตัวแบตเตอรี่ทำออกมาค่อนข้างดี เราสามารถเช็คประมาณแบตเตอรี่คงเหลือได้ด้วยตัวเอง และอนาคตหากใช้ไปแล้วแบตเตอรี่เสื่อมลงเราก็สามารถซื้อแค่เฉพาะแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเอาเครื่องไปเข้าศูนย์บริการเลย
มาเข้าสู่เริ่มต้นการใช้งานกัน
ใช้เท้าเหยียบเครื่องดูดฝุ่น จากนั้นก็หันมือจับก้านโยกเข้าหาตัวเอง พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน และในเรื่องของงานประกอบแม้จะเป็นพลาสติก แต่ก็ให้สัมผัสและความรู้สึกทนทานในแบบฉบับอเมริกัน ส่วนการทำความสะอาดแบบไทยหรือเอเชีย แค่ดูดฝุ่นมันไม่เพียงพอต่อความสะอาด ถ้าจะให้ดีก็จำเป็นต้องมีการถูเปียกร่วมด้วย
ระบบการใช้งานแสนจะง่ายเพราะมีเพียงแค่ปุ่มปิด/เปิดและถัดไปคือโหมด (Mode) สำหรับการเปลี่ยนระดับความแรง มีให้เลือกเพียงแค่ความแรงสูง (High) และแบบปกติ (Eco) มีปริมาณแบตเตอรี่แสดงให้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ข้อเสีย : สำหรับโหมดความแรงสูงจะมีเสียงดัง และกินแบตเตอรี่มากกว่าปกติ
ด้ามจับ จับถนัดมือมากๆ ด้านล่างดัมจับจะมีปุ่ม สำหรับ “พ่นน้ำ” ที่เราได้เอาใส่ไว้ในถังน้ำดี เพื่อเป็นการถูและดูดพื้นไปในตัว โกดหนึ่งครั้งก็จะทำให้ผ้าเปียกพอสมควร สามารถกดได้ถี่บ่อยตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากกดมากเกินไปก็ต้องระวังพื้นเปียกเกินไป
เริ่มต้นใช้งานจะเห็นเลยว่าตัวเครื่องมาพร้อมกับ LED ส่องสว่างในซอกมุมที่เข้าไม่ถึง ทำให้เราเห็นฝุ่นที่อยู่บนพื้นได้ง่ายขึ้นมากๆ

ระหว่างที่เราทำความสะอาดมาดูที่ถังน้ำเสียกันหน่อยจะเห็นเลยว่ามีการดูดน้ำเสียขึ้นมาที่ถังเก็บน้ำเสีย ตรงนี้ ใครที่ทำความสะอาดแบบเศษฝุ่นธรรมดาไม่จำเป็นต้องทิ้งน้ำตรงนี้ทุกวัน แต่ถ้าเป็นพวกเศษอาหารหรือของเหลวเช่น ซอส ควรทิ้งทำความสะอาดเพื่อลดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
ที่ชอบเลยคือการทำความสะอาดสามารถใช้ได้กับแทบจะทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้, พื้นปาร์เก้, พื้นกระเบื้อง, พื้นลามิเนต, พื้นไวนิล และแม้กระทั่งพรมขนสั่นก็สามารถใช้ดูดฝุ่นได้ด้วย แต่ในบางวัสดุพื้นผิว (เช่น พรม) อาจไม่เหมาะกับการฉีดน้ำ อันนี้ก็แนะนำให้ใช้วิธีดูดฝุ่นเพียงอย่างเดียว ในส่วนแรงดูดค่อนข้างเป็นที่พึงพอใจเพราะว่าแรงมากพอสมควร
เศษฝุ่น เศษไม้คือดูดได้สะอาดหมดจด คือไม่เหลือฝุ่นสักนิดเลยเป็นปลื้มมมมมม
หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อย สำหรับใครที่ทำความสะอาดพวกเศษอาหารหรือซอส หลังจากใช้งานเสร็จถ้าเป็นตัวอื่นก็คงต้องถอดไปซักแต่สำหรับตัวนี้คือไม่ต้องเลย เพราะมันทำความสะอาดง่ายๆได้เลยโดยไม่ต้องถอดหัวแปรงคือการเทน้ำลงบนถาดตามปริมาตรที่ระบุไว้ จากนั้นก็เปิดเครื่องประมาณ 15 วินาที ตัวเครื่องก็จะทำความสะอาดในการสูบน้ำและปั่นหัวแปรงให้เอง โครตสะดวกเลยเลิฟฟฟฟ
ต่อมา เมื่อถังน้ำเสียเต็มแล้วเราก็ถอดออกไปเททิ้ง โดยที่มือไม่ต้องเลอะเทอะอีกทั้งยังสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้โดยง่าย สำหรับการทำความสะอาดตัวฟิลเตอร์ ล้างน้ำเปล่าจากนั้นตากไว้จะค่อยแห้งเองภายใน 24 ชั่วโมง ถึงจะนำออกมาใช้ต่อได้ ( ตรงนี้เราอาจจะไม่ต้องถอดออกมาล้างบ่อยก็ได้รอให้ดำหรือสกปรกสุดๆค่อยถอดออกมาล้าง )
ข้อดี
1. ดูดฝุ่นและถูพื้นในเครื่องเดียว
2. ใช้ดูดอาหารหรือทำความสะอาดหนักได้
3. เครื่องทำงานแบบไร้สายไม่เกะกะ
4. แบตเตอรี่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้
5. รับประกันแบตเตอรี่ 2 ปี
6. ดีไซน์สวย
7. ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดบ้าน
ข้อเสีย
1. น้ำหนักค่อนข้างสูง หากเติมน้ำยาเต็ม
2. เสียบชาร์จตรงไม่ได้ ต้องถอดแบตเตอรี่
3. ราคาค่อนข้างสูงเพราะราคา Hoover ONEPWR FloorMate JET อยู่ที่ 12,900 บาท
**ข้อแนะนำ : โดยการทำความสะอาดพร้อมถูแบบนี้ ให้ความสะอาดเทียบกับกับการดูดฝุ่นและถูพื้นไปด้วยกัน แต่หากพื้นบ้านใครเป็นไม้หรือลามิเนตที่ไม่ถูกกับน้ำแนะนำให้ใช้วิธีดูดฝุ่นอย่างเดียวจะดีกว่า
สำหรับที่เป็นสายพ่อบ้านแม่บ้านที่ทำความสะอาดบ้านเองแต่ไม่ค่อยมีเวลา อยากหาอะไรที่ประหยัดเวลา สำหรับHoover ONEPWR FloorMate JET ก็ถือว่าตอบโจทย์เลย
ย้ำอีกครั้งว่าเอื้อซื้อมาใช้งานเองจริงและตั้งใจทำรีวิวแบบละเอียดยิบอยากให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากรีวิวนี้จริงๆ ขอบคุณทุกคนที่รับชมรีวิวของเอื้อนะคะ
[CR] บอกต่อของดี-รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย และถูพื้นแบบเปียก Hoover ONEPWR FloorMate JET
Hoover เนี่ยเค้าเป็นแบรนด์ดังจากอเมริกาเลยนะ แต่คนรุ่นใหม่อย่างเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูแบรนด์ Hoover มากเท่าไหร่เพราะเค้าไม่ได้ทำตลาดบ้านเรามานานมาก จากที่หาข้อมูลมา Hooverเนี่ยเค้ามีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ในเรื่องของเครื่องดูดฝุ่นและอุปกรณ์ทำความสะอาด Hoover ถือว่าเป็นสินค้าคุณภาพสูงของสัญชาติอเมริกาเลยน้า
เริ่มแรกเราต้องมาประกอบร่างของเครื่องก่อน การประกอบก็ง่ายมากเพียงแค่เสียบก้านจับและใส่ขนแปรงก็เสร็จ โดยก้านจับช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่ง ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะถอดได้แต่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถอดแกะโดยง่าย (เน้นความแข็งแรง) นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนแปรงหรือแบตเตอรี่ จะถูกออกแบบมาให้ถอดประกอบ รวมถึงการล้างทำความสะอาดได้อย่างง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือแรงเยอะเป็นพิเศษ ก็สามารถถอดอุปกรณ์ออกมาได้ทุกชิ้น
Hoover ONEPWR FloorMate JET จะมีให้ หัวแปรงทำความสะอาด (FloorMate Jet Brushroll) มาถึง 2 หัวแปรง วิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างหัวแปรง ทางผู้ผลิตทำสีให้ต่าง “เพื่อผู้ใช้งาน” จะได้ไม่สับสนมากกว่า
👉🏼FloorMate Jet Gentle Brushroll : ทำจากวัสดุไมโครไฟเบอร์เพื่อการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
👉🏼FloorMate Jet Multi-Surface Brushroll : ทำจากวัสดุไมโครไฟเบอร์พร้อมขนแปรงไนลอนเพื่อการขัดถูอย่างอ่อนโยน
แต่เอาๆจริงนะจากที่ลองสัมผัส 2 หัวแปรงนี้เรารู้สึกว่าก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เพราะก็เหมาะกับการใช้งานในบ้านทั้งคู่ อาจจะมีความต่างกันตรงที่ความหยาบและละเอียด หรือใครสะดวกก็แยกใช้งานแต่ละห้องเช่น ห้องครัว, ห้องนอน, เพื่อรักษสความสะอาดของผ้าในหัวแปรงไปในตัวด้วย จะได้ไม่มีการใช้ปะปนกัน หรือจะเอาไว้เปลี่ยนระหว่างรอผ้าอีกหัวแปรงแห้งก็ได้
ส่วนตัวรู้สึกว่าตัวแบตเตอรี่ทำออกมาค่อนข้างดี เราสามารถเช็คประมาณแบตเตอรี่คงเหลือได้ด้วยตัวเอง และอนาคตหากใช้ไปแล้วแบตเตอรี่เสื่อมลงเราก็สามารถซื้อแค่เฉพาะแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเอาเครื่องไปเข้าศูนย์บริการเลย
ใช้เท้าเหยียบเครื่องดูดฝุ่น จากนั้นก็หันมือจับก้านโยกเข้าหาตัวเอง พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน และในเรื่องของงานประกอบแม้จะเป็นพลาสติก แต่ก็ให้สัมผัสและความรู้สึกทนทานในแบบฉบับอเมริกัน ส่วนการทำความสะอาดแบบไทยหรือเอเชีย แค่ดูดฝุ่นมันไม่เพียงพอต่อความสะอาด ถ้าจะให้ดีก็จำเป็นต้องมีการถูเปียกร่วมด้วย
ระหว่างที่เราทำความสะอาดมาดูที่ถังน้ำเสียกันหน่อยจะเห็นเลยว่ามีการดูดน้ำเสียขึ้นมาที่ถังเก็บน้ำเสีย ตรงนี้ ใครที่ทำความสะอาดแบบเศษฝุ่นธรรมดาไม่จำเป็นต้องทิ้งน้ำตรงนี้ทุกวัน แต่ถ้าเป็นพวกเศษอาหารหรือของเหลวเช่น ซอส ควรทิ้งทำความสะอาดเพื่อลดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์
ข้อดี
1. ดูดฝุ่นและถูพื้นในเครื่องเดียว
2. ใช้ดูดอาหารหรือทำความสะอาดหนักได้
3. เครื่องทำงานแบบไร้สายไม่เกะกะ
4. แบตเตอรี่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้
5. รับประกันแบตเตอรี่ 2 ปี
6. ดีไซน์สวย
7. ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดบ้าน
ข้อเสีย
1. น้ำหนักค่อนข้างสูง หากเติมน้ำยาเต็ม
2. เสียบชาร์จตรงไม่ได้ ต้องถอดแบตเตอรี่
3. ราคาค่อนข้างสูงเพราะราคา Hoover ONEPWR FloorMate JET อยู่ที่ 12,900 บาท
**ข้อแนะนำ : โดยการทำความสะอาดพร้อมถูแบบนี้ ให้ความสะอาดเทียบกับกับการดูดฝุ่นและถูพื้นไปด้วยกัน แต่หากพื้นบ้านใครเป็นไม้หรือลามิเนตที่ไม่ถูกกับน้ำแนะนำให้ใช้วิธีดูดฝุ่นอย่างเดียวจะดีกว่า
ย้ำอีกครั้งว่าเอื้อซื้อมาใช้งานเองจริงและตั้งใจทำรีวิวแบบละเอียดยิบอยากให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากรีวิวนี้จริงๆ ขอบคุณทุกคนที่รับชมรีวิวของเอื้อนะคะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้