ชื่อโบสถ์แปลว่า House of the Savior of the World หรือโบสถ์พระมหาไถ่ ว่ากันว่ามีความงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่สุดในบรรดาโบสถ์ทั้งหลายในลาลิเบลา (แต่ไม่ instagramable เท่า Bet Giyorgis) และยังเป็นโบสถ์ที่สกัดจากหินก้อนเดียว (monolith) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 11 เมตรและมีพื้นที่ 800 ตารางเมตร OMG! เราว่าเหมือนวิหารกรีกมาก นักโบราณคดีเชื่อว่าโบสถ์นี้สร้างเลียนแบบโบสถ์พระแม่มารี (St. Mary of Zion หรือ Bet Maryam Tsion) ในอักสัม ในที่นี้คือโบสถ์พระแม่มารีแบบแรกที่สร้างโดยพระประสงค์ของพระเจ้าอีซาน่านะ ไม่ใช่หลังปัจจุบัน
ตัวโบสถ์ควรจะเรียกว่าเป็น chapel ของ Bet Maryam ค่าที่ว่าถูกคว้านลึกเข้าไปตรงกำแพงด้านเหนือของโบสถ์พระแม่มารี Bet Meskel แปลตรงตัวว่า House of Cross หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขน พื้นที่ใช้สอยเล็กอยู่อุปรมาเหมือนคอนโดขนาด 35 ตารางเมตรในกรุงเทพฯ ภายในมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นที่สำหรับสวดภาวนา ส่วนที่สองอยู่ทางด้านใต้ เพดานสลักเป็นรูปเครื่องหมายบวกหรือไม้กางเขน
Bet Danagel
โบสถ์นี้ก็น่าจะเคยเป็น chapel ของโบสถ์พระแม่มารีมาก่อนเช่นกันเพราะถูกคว้านลึกเข้าไปตรงกำแพงด้านทิศใต้ ว่ากันว่าสร้างอุทิศให้แม่ชี 50 นางที่โดน Julian the Apostate ฆ่าตายในคริสต์ศตวรรษที่ 4 Bet Danagel จึงแปลตรงตัวว่า House of the Virgins
Bet Mikael กับ Bet Golgotha
โบสถ์ St. Michale และโบสถ์ Golgotha (เนินเขานอกเมืองเยรูซาเล็มที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน) เป็นโบสถ์คู่หยินหยางที่ใช้ทางเข้าร่วมกัน
นักโบราณคดีเชื่อว่าว่าโบสถ์ Gabriel และ Rafael น่าจะตั้งใจสร้างให้เป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าลาลิเบลามหาราชมากกว่าที่จะให้เป็นโบสถ์เพราะมีลักษณะเหมือนป้อมปราการมีคูน้ำล้อมรอบ เราเห็นด้วย เหมือนกับปราสาทยุโรปในยุคกลาง
#EthiopiaDiary Part 5.2 โบสถ์สลักหินในลาลิเบลา (Lalibela)
18 พฤศจิกายน 2018
กลุ่มโบสถ์ทางทิศพายัพ
Bet Medhane Alem
ชื่อโบสถ์แปลว่า House of the Savior of the World หรือโบสถ์พระมหาไถ่ ว่ากันว่ามีความงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่สุดในบรรดาโบสถ์ทั้งหลายในลาลิเบลา (แต่ไม่ instagramable เท่า Bet Giyorgis) และยังเป็นโบสถ์ที่สกัดจากหินก้อนเดียว (monolith) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 11 เมตรและมีพื้นที่ 800 ตารางเมตร OMG! เราว่าเหมือนวิหารกรีกมาก นักโบราณคดีเชื่อว่าโบสถ์นี้สร้างเลียนแบบโบสถ์พระแม่มารี (St. Mary of Zion หรือ Bet Maryam Tsion) ในอักสัม ในที่นี้คือโบสถ์พระแม่มารีแบบแรกที่สร้างโดยพระประสงค์ของพระเจ้าอีซาน่านะ ไม่ใช่หลังปัจจุบัน
ตอนเช้ามีพิธีมิซซา มีคลื่นมหาชนเดินทางไปประกอบศาสนกิจเป็นภาพที่ประทับใจมาก
Bet Maryam
แปลตรงตัวคือโบสถ์พระแม่มารี คำว่า Maryam อ่านว่ามาเรียมหรือมายัมก็ได้ แต่อย่างหลังเหมือนจะถูกต้องตามหลักสัทศาสตร์ ตำนานเล่าว่าเป็นโบสถ์แรกที่พระเจ้าลาลิเบลาสั่งให้สร้างขึ้น โบสถ์นี้เล็กประมาณหนึ่งในสี่ของโบสถ์พระมหาไถ่แต่ภายในประดาประดาสวยงามมาก มีภาพนูนต่ำสลักจากหิน มีร่องรอยของจิตรกรรมฝาผนังที่ร่วงโรยตามไว เราว่าสวยที่สุด
Bet Meskel
ตัวโบสถ์ควรจะเรียกว่าเป็น chapel ของ Bet Maryam ค่าที่ว่าถูกคว้านลึกเข้าไปตรงกำแพงด้านเหนือของโบสถ์พระแม่มารี Bet Meskel แปลตรงตัวว่า House of Cross หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขน พื้นที่ใช้สอยเล็กอยู่อุปรมาเหมือนคอนโดขนาด 35 ตารางเมตรในกรุงเทพฯ ภายในมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นที่สำหรับสวดภาวนา ส่วนที่สองอยู่ทางด้านใต้ เพดานสลักเป็นรูปเครื่องหมายบวกหรือไม้กางเขน
Bet Danagel
โบสถ์นี้ก็น่าจะเคยเป็น chapel ของโบสถ์พระแม่มารีมาก่อนเช่นกันเพราะถูกคว้านลึกเข้าไปตรงกำแพงด้านทิศใต้ ว่ากันว่าสร้างอุทิศให้แม่ชี 50 นางที่โดน Julian the Apostate ฆ่าตายในคริสต์ศตวรรษที่ 4 Bet Danagel จึงแปลตรงตัวว่า House of the Virgins
Bet Mikael กับ Bet Golgotha
โบสถ์ St. Michale และโบสถ์ Golgotha (เนินเขานอกเมืองเยรูซาเล็มที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน) เป็นโบสถ์คู่หยินหยางที่ใช้ทางเข้าร่วมกัน
Bet Selassie
โบสถ์นี้คือ chapel แน่นอนเพราะสร้างอยู่ใน Bet Gogotha ความสำคัญคือเอธิโอเปียนเชื่อว่าพระราชสรีรางคารของพระเจ้าลาลิเบลามหาราช (เติมมหาราชให้เพราะได้สร้างมรดกโลกให้แก่อนุชนรุ่นหลัง) ถูงฝังอยู่ในโบสถ์นี้ ตำนานเล่าว่าพระเจ้าลาลิเบลามหาราชสลักตัวโบสถ์ด้วยพระองค์เองแต่นักโบราณคดีกลับเห็ต่างเพราะลักษณะสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ศิลป์ไม่อยู่ในยุคเดียวกันกับโบสถ์อื่น ตัวโบสถ์ถูกกำหนดอายุให้อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 และน่าจะสร้างอุทิศถวายพระเจ้าลาลิเบลามหาราช
สามโบสถ์หลังสุดไม่เปิดให้เข้าชม
Tomb of Adam
บริเวณ complex ของกลุ่มโบสถ์ทิศเหนือมีทางที่สกัดหินเป็นร่องขนาดใหญ่ สุดทางมีสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าสุสานของอดัม แน่นอนต้องไม่ใช่อดัมไก่กาอาราเล่ แต่เป็นอดัมสามีอีฟ มนุษย์คนแรกที่พระเจ้าสร้าง ช่างเป็นอะไรที่เหมาะเจาะกับทวีปแอฟริกาเสียจริงเพราะในปัจจุบันทฤษฎีว่าด้วยการอพยพของมนุษย์ออกจากกาฬทวีปคือทฤษฎีที่เป็นไปได้มากที่สุด
ภาวนา
...
DAY 12
19 พฤศจิกายน 2018
กลุ่มโบสถ์ทางทิศอาคเนย์
Bet Gabriel-Rafael
นักโบราณคดีเชื่อว่าว่าโบสถ์ Gabriel และ Rafael น่าจะตั้งใจสร้างให้เป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าลาลิเบลามหาราชมากกว่าที่จะให้เป็นโบสถ์เพราะมีลักษณะเหมือนป้อมปราการมีคูน้ำล้อมรอบ เราเห็นด้วย เหมือนกับปราสาทยุโรปในยุคกลาง
Bet Abba Libanos
ตำนานเล่าว่าโบสถ์นี้สร้างโดยพระมเหสีของพระเจ้าลาลิเบลามหาราช โบสถ์ถูกสลักจากหน้าผาโดยส่วนยอดกับฐานยังติดกับหินแต่ด้านหลังโบสถ์คว้านเป็นอุโมงค์สำหรับเดินประทักษิณ เป็นโบสถ์เล็กๆที่สวยดี ปัจจุบันเกิดปัญหาจากแรงเค้นแรงเครียดแรงกดจากด้านบนทำให้ต้องเสริมคานเหล็กพยุงไว้
Bet Emmanuel
นักประวัติศาสตร์ศิลป์ลงความเห็นว่าโบสถ์ St. Emmanuel เป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในด้านสถาปัตยกรรมและมัฑณศิลป์ในลาลิเบลา ตัวโบสถ์เคยเป็นที่ประกอบศาสนกิจของพระเจ้าลาลิเบลามหาราชและพระบรมวงศานุวงศ์ คงคล้ายกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามและวัดพระศรีสรรเพชญ ตัวโบสถ์ใหญ่เป็นรองจากโบสถ์พระมหาไถ่แต่ดูสมมาตรกว่ามาก การสลักหินก็ประณีตบรรจง
Bet Mercurious
โบสถ์นี้สร้างอุทิสให้ St. Mercurios เซนต์นิกาย Coptic ในอียิปต์ที่ถูกฆ่า (ตัดหัว) เพราะไม่ยอมสละความศรัทธาต่อคริสต์ศาสนา (martyrdom) คนสั่งให้ฆ่าคือจักรพรรดิดีเซียส (Emperor Decius) ภายในมีภายจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนลางน่าจะเป็นรูปเซนต์ทั้งหลาย
.
จบทัวร์กลุ่มโบสถ์ทิศอาคเนย์ก็กลับมาเดินชมกลุ่มโบสถ์ทิศพายัพอีกรอบเป็นการส่งท้าย ขณะเดินจากโบสถ์พระมหาไถ่เข้าไปลานประทักษิณโบสถ์พระแม่มารี ฉับพลันได้ยินเสียงสวดภาวนาประกอบจังหวะ เดินตามเสียงจนเจอนักบวชและผู้อาวุโสประกอบพิธีกรรม ช่างเป็นภาพที่ประทับใจยิ่งนัก
จบ Part 5
To be continued