กระทู้นี้ไม่ได้มีเป้าหมายประนามคนที่เคยบูลีคนอื่นค่ะ ถือว่าเป็นบทเรียน แต่อยากทราบความรู้สึกทั้งก่อนและหลังทราบความจริง
ว่าเหตุผลอะไรถึงร่วมประนามบุคคลที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อะไรเป็นเหตุเหตุผลให้เชื่อคำพูดคนๆหนึ่งและตัดสินอีกฝ่ายว่าผิดโดยที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และเหตุผลในการปฏิเสธความจริงจากอีกฝ่าย รวมถึงทำไมถึงร่วมประนามทั้งๆที่ถ้าอยู่นอกวงก็แทบจะไม่กระทบตัวเองเลย อยากให้กระทู้นี้เป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือน ทุกการกระทำย่อมมีเหตุและผล อยากทราบถึงสารตั้งต้นความรู้สึก ในเมื่อไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบ ถึงกล้าที่จะเลือกข้างโดยไม่มองความเป็นจริง เมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อฝ่ายหนึ่ง คุณเคยได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้บ้าง
ปล. ยืนยันว่ากระทู้นี้ไม่ได้หวังจะประจานใคร แต่ถกกันเพื่อหาทางแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป จากหลายๆกรณที่เป็นข่าว มันเป็นปัญหาชีวิตที่ตอนนี้ลามไปเป็นปัญหาสังคมแล้ว ไม่อยากเห็นสังคมไทยมีจุดจบของการกลั่นแกล้งกับแบบสังคมอเมริกันที่ต้องจบลงที่ความตายจริงๆค่ะ
อยากทราบความรู้สึกของคนที่เคยมีส่วนร่วมโจมตี(bully) คนอื่นทั้งๆที่ไม่รู้จักกันค่ะ
ว่าเหตุผลอะไรถึงร่วมประนามบุคคลที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อะไรเป็นเหตุเหตุผลให้เชื่อคำพูดคนๆหนึ่งและตัดสินอีกฝ่ายว่าผิดโดยที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และเหตุผลในการปฏิเสธความจริงจากอีกฝ่าย รวมถึงทำไมถึงร่วมประนามทั้งๆที่ถ้าอยู่นอกวงก็แทบจะไม่กระทบตัวเองเลย อยากให้กระทู้นี้เป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือน ทุกการกระทำย่อมมีเหตุและผล อยากทราบถึงสารตั้งต้นความรู้สึก ในเมื่อไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบ ถึงกล้าที่จะเลือกข้างโดยไม่มองความเป็นจริง เมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อฝ่ายหนึ่ง คุณเคยได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้บ้าง
ปล. ยืนยันว่ากระทู้นี้ไม่ได้หวังจะประจานใคร แต่ถกกันเพื่อหาทางแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป จากหลายๆกรณที่เป็นข่าว มันเป็นปัญหาชีวิตที่ตอนนี้ลามไปเป็นปัญหาสังคมแล้ว ไม่อยากเห็นสังคมไทยมีจุดจบของการกลั่นแกล้งกับแบบสังคมอเมริกันที่ต้องจบลงที่ความตายจริงๆค่ะ