ผมเชื่อว่าทุกคนมีอดีตขีดเส้นอยู่บนรอยหยักมากกว่า 100 ครั้ง. มีทั้งเรื่องดีและร้ายมากกว่า 1000 เรื่อง
แต่มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ฝังใจเปลียบเสมือนรอยแผลเป็นที่รักษาเเผลหายแต่ยังคงมีรอยอยู่
ผมเป็นนึงที่ก้าวเข้ามาในเมืองกรุงมุ่งหาความฝัน เส้นทางของผมไม่ได้โรยด้วยดอกไม้
แต่เต็มไปด้วยหนาม ผมยอมรับว่าเรียนกลางเน้นไปทางกิจกรรม สมองช้าบ้างแต่ก็พยายามจนเรียนจบ
จุดเปลี่ยนในชีวิตผมคือช่วงฝึกงาน ผมเชื่อเพื่อนคนนึงว่ามาฝึกที่นี่กับมันดีกว่า (เป็นบริษัทค่ายเพลงขนาดใหญ่)
ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ได้เข้าไปเจอศิลปิน ได้ลองทำงานในนั้นเผื่อหวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกัน
เอาเข้าจริงไม่เป็นดั่งใจคิด ใช้ชีวิตสบายถ่ายเอกสารบ้าง ยกของบ้าง ยอมทำทุกอย่างที่สั่ง มีออกนอกสถานที่ทำงานจริงบ้าง
แต่มันก็เป็นเพียงประสบการณ์เล็กน้อย ผมรู้สึกเลยว่าเราก้าวพลาดและเป็นก้าวที่ใหญ่มาก เพราะมันส่งถึงอนาคตผม
ในตอนนี้ในการใช้ชีวิตหลังเรียนจบมา สิ่งที่ได้รู้ว่าอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ว่ามันคงไม่เหมาะกับเราสายนี้
แล้วผมก็ฉุดคิดถึงคำพูดของอาจารย์ “ฝึกงานต้องให้ได้งาน...ต้องเอาประสบการณ์ออกมาใช้ให้ได้”
คำพูดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม ในวันที่ผมล้มสมัครงานประสบการณ์มันฆ่าผมได้จริงๆ
ต้องใช้ชีวิตเหมือนเด็กจบใหม่ทั้งที่ผ่านมา 2 ปี. ทำงานพาร์ทไทม์บ้างฟรีแลนซ์อะไรประมาณนี้ เปลี่ยนงานบ่อยครั้ง
ทั่งออกเองและไม่ผ่านโปร จนเริ่มท้อเพราะงานที่เปลี่ยนบ่อยเกิดจากตัวผมเองที่ความสามารถไม่ถึง ไม่เก่ง มีทั้งช่วงว่างงานและอดมื้อกินมื้อ
ระหว่างรองานที่สมัครใหม่จนต้องนำคอมมาขายเพื่อใช้ชีวิตต่อ
ปล. จนปัจจุบันต้องทำพาร์ทไทม์ทำงานมากกว่า 12 ชม. เงินเดือนหมื่นนิดๆ
ก้าวที่ผิดพลาด
แต่มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ฝังใจเปลียบเสมือนรอยแผลเป็นที่รักษาเเผลหายแต่ยังคงมีรอยอยู่
ผมเป็นนึงที่ก้าวเข้ามาในเมืองกรุงมุ่งหาความฝัน เส้นทางของผมไม่ได้โรยด้วยดอกไม้
แต่เต็มไปด้วยหนาม ผมยอมรับว่าเรียนกลางเน้นไปทางกิจกรรม สมองช้าบ้างแต่ก็พยายามจนเรียนจบ
จุดเปลี่ยนในชีวิตผมคือช่วงฝึกงาน ผมเชื่อเพื่อนคนนึงว่ามาฝึกที่นี่กับมันดีกว่า (เป็นบริษัทค่ายเพลงขนาดใหญ่)
ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ได้เข้าไปเจอศิลปิน ได้ลองทำงานในนั้นเผื่อหวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกัน
เอาเข้าจริงไม่เป็นดั่งใจคิด ใช้ชีวิตสบายถ่ายเอกสารบ้าง ยกของบ้าง ยอมทำทุกอย่างที่สั่ง มีออกนอกสถานที่ทำงานจริงบ้าง
แต่มันก็เป็นเพียงประสบการณ์เล็กน้อย ผมรู้สึกเลยว่าเราก้าวพลาดและเป็นก้าวที่ใหญ่มาก เพราะมันส่งถึงอนาคตผม
ในตอนนี้ในการใช้ชีวิตหลังเรียนจบมา สิ่งที่ได้รู้ว่าอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ว่ามันคงไม่เหมาะกับเราสายนี้
แล้วผมก็ฉุดคิดถึงคำพูดของอาจารย์ “ฝึกงานต้องให้ได้งาน...ต้องเอาประสบการณ์ออกมาใช้ให้ได้”
คำพูดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม ในวันที่ผมล้มสมัครงานประสบการณ์มันฆ่าผมได้จริงๆ
ต้องใช้ชีวิตเหมือนเด็กจบใหม่ทั้งที่ผ่านมา 2 ปี. ทำงานพาร์ทไทม์บ้างฟรีแลนซ์อะไรประมาณนี้ เปลี่ยนงานบ่อยครั้ง
ทั่งออกเองและไม่ผ่านโปร จนเริ่มท้อเพราะงานที่เปลี่ยนบ่อยเกิดจากตัวผมเองที่ความสามารถไม่ถึง ไม่เก่ง มีทั้งช่วงว่างงานและอดมื้อกินมื้อ
ระหว่างรองานที่สมัครใหม่จนต้องนำคอมมาขายเพื่อใช้ชีวิตต่อ
ปล. จนปัจจุบันต้องทำพาร์ทไทม์ทำงานมากกว่า 12 ชม. เงินเดือนหมื่นนิดๆ