นี่คงเป็นรีวิวเกี่ยวกับท่องเที่ยวรีวิวแรกของเรา หากเขียนตกบกพร่องประการใดต้องขออภัยไว้ก่อนเลยนะคะ ยังไงจะพยายามเขียนให้ดีที่สุดเลยคร่าาาา

สำหรับรีวิวแรกนี้เราขอมาลงที่ทริปอู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
ถ้าพูดถึงสุพรรณบุรี ทุกคนก็คิดถึงที่เที่ยวนู่นนี่มากมาย แต่วันนี้เราจะมาเสนอแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ เตรียมปักหมุดตามกันไปได้เลยนะคะ ที่นี้คือเมืองอู่ทอง
เมืองอู่ทอง ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองโบราณสำคัญ มีคูน้ำคันดินเป็นรูปเมล็ดข้าวสารตั้งอยู่ริมแม่น้ำจระเข้สามพัน กึ่งกลางทางระหว่างแม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน และเจ้าพระยา เต็มไปด้วยร่องรอยหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สทัยดึกดำบรรพ์ ก่อนประวัติศาสตร์ มีตำนานว่าด้วย "ท้าวอู่ทอง" ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพงศาวดารชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยาสืบมาถึงทุกวันนี้
ทริปที่เรามาครั้งนี้เราขอเรียกว่าทริปครัวหนองเสือ ครัวหนองเสือ อ๊ะ! ทุกคนอาจจะงงว่าครัวหนองเสือคืออะไร
ขอเกริ่นถึงบ้านหนองเสือซะหน่อย...บ้านหนองเสือ หมู่ที่ 8 ตำบลอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี แต่เดิมที่นี่เป็นป่าทึบที่มีสัตว์ป่าจำนวนมาก และที่แห่งนี้ก็ยังเป็นหยองน้ำขนาดใหญ่ที่มีสัตว์ต่างๆ มาอาศัยกินน้ำเป็นประจำ สาเหตุที่ได้ชื่อว่า หนองเสือ เพราะว่าสถานที่บริเวณนี้พบเสืออยู่บริเวณหนองน้ำนี้และได้อาศัยกินน้ำที่นี่ เมื่อมีการตั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า บ้านหนองเสือ ตามชื่อของหนองน้ำในหมู่บ้าน มาจนถึงทุกวันนี้ บรรพชนอพยพมาจากจระเข้สามพัน ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน แต่คนในชุมชนมีความถนัดในเรื่องของการถนอมอาหารและปรุงอาหาร อดีตจนถึงปัจจุบันคนหนองเสือส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงวัว ในสมัยก่อนการเลี้ยงวัวฝูง ต้องต้อนฝูงวัวไปหาอาหารกินไกลจากหมู่บ้าน ทั้งการเดินทางและการติดต่อสื่อสารไม่ค่อยสะดวก เมื่อมีวัวในฝูงตาย กว่าจะส่งข่าวให้ที่หมู่บ้านได้รู้ก็หลายวัน ทำให้วัวที่นั้นนั้นขึ้นอืด จึงมีการนำเนื้อวัวที่ตายนั้นไปเคล้าเกลือทำปลาร้าเนื้ออย่างเดียว ดังนั้นอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของบ้านหนองเสือก็คือปลาร้าเนื้อ

ครัวหนองเสือ คือร้านอาหารร้านนึงในบ้านหนองเสือ แต่ตอนนี้ไม่ได้มีหน้าร้านแล้วค่ะ จะมีการทำอาหารนิดหน่อยออกมาขายตอนเช้า และจะเป็นการทำอาหารให้กับกรุ๊ปที่มาเที่ยวเป็นช่วงๆ มากกว่าค่ะ เพราะตอนนี้ที่บ้านหนองเสือ มี อพท. เข้ามาดูแล ก็จะมีการให้กลุ่มที่สนใจทำกิจกรรมต่างๆ ได้เข้ามาทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการสอนทำขนมต้ม งานจักสาน รวมถึงการพาเที่ยวอย่างเช่นเราที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวในทริปครัวหนองเสือนี้จากการเล่นเกมส์ผ่าน facebook ของครัวหนองเสือ ลองไปกดถูกใจ กดติดตามดูนะคะ จะมีกิจกรรมมาให้ร่วมสนุก เสมอๆ เลยล่ะค่ะ
https://www.facebook.com/NongSueaRestaurant/

ทริปนี้ที่เราไปเป็นทริปท่องเที่ยวเมืองโบราณอู่ทองด้วยรถราง
ซึ่งตอนแรก เราไม่ได้คิดจะเขียนรีวิวหรอกค่ะ แต่มีเหตุ ณ ตอนจะจากลาแล้ว ทำให้เราคิดมาว่าลองเขียนรีวิวซะหน่อย รูปเราเลยมีไม่มาก ไม่ละเอียดทีเดียว บางรูปอาจจะขอมาจากเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริป ขออนุญาตมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงตัดสินใจเขียนรีวิวลองตามอ่านกันนะคะ
เรานัดเจอกันที่บริเวณบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยฯ ค่ะ โดยโก๊แห้ง หรือคุณกิตติ์ธเนศ เป็นผู้ที่เดินทางมารับพวกเราโดยรถตู้โดยสาร กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี 2 คัน เราออกเดินทางกันเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ตียาวเข้าสุพรรณบุรี ไปเริ่มต้นกันที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สาขาแรกจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้นและบูรณะโบราณสถานในเมืองโบราณอู่ทองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีพัฒนาการยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย (1,900 ปีที่แล้ว) สืบเนื่องจนเจริญขึ้นเป็นบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี

มาถึงก็ได้กิน 555 เห็นมั้ยๆ ตกแต่งได้น่ารักมากๆ เลยค่ะ เป็นขนมต้มใส่ในถ้วยใบตอง เสิร์ฟพร้อมน้ำอัญชัน แถมยังตกแต่งด้วยดอกลั่นทมสีชมพูอ่อนแบบสดๆ อีกค่ะ ไม่ใช่แค่น่ากิน บอกเลยว่าอร่อยมากด้วยค่ะ
หลังจากกินเสร็จก็เข้าไปนัดแนะซักเล็กน้อย แต่สิ่งแรกที่เราเหลือบไปเห็น และเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เราต้องเดินเข้าไปหาคือสิ่งนี้

พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และพระราชินี

ที่นี่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙

และในห้องนี้ก็ยังมีการจำหน่ายของที่ระลึกมากมายเลยล่ะค่ะ สามารถซื้อของฝากได้นะคะ ก็จะมีทั้งเสื้อยืด และของประดิษฐ์ที่คนที่นี่ทำเองไม่ว่าจะเป็นกำไลลูกปัด สร้อยคอลูกปัด ยาดมยาหม่องหัวโต เหรียญหล่อ พัด และอื่นอีกมากมายต้องลองไปดูเองแหละค่ะ

หลังจากนั้นก็ไปเดินดูรอบๆ พิพิธภัณฑ์ ดูประวัติของเมืองอู่ทอง ดูโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบภายในเมืองอู่ทอง ลองดูภาพตามได้เลยนะคะ
เรามาเรียนรู้ประวัติของเมืองอู่ทองกันซักเล็กน้อย เพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเราได้ไปโรงหล่อวิเชียร ไปหล่อเหรียญกัน จะได้พอรู้ความเป็นมาของเหรียญสักหน่อยค่ะ

นี่คือแผ่นพับที่มีแจกในพิพิธภัณฑ์ค่ะ มีบอกถึงการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์

ห้องแรก เป็นห้องจัดแสดง "บรรพชนคนอู่ทอง"

ห้องที่สอง เป็นห้องจัดแสดง "อู่ทองศรีทวารวดี"

และนี่คือพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งถ้าเป็นปกติจะเป็นปางสมาธิ แต่ปางนี้ถือว่าเป็นปางปฐมเทศนาเนื่องจากพบลักษณะของธรรมจักรและกวางหมอบที่บริเวณฐานของพระพุทธรูป

ห้องที่สาม เป็นห้องจัดแสดง "พัฒนาการทางประวัติศาสตร์บนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิ"
ห้องที่สี่ เป็นห้องจัดแสดง "สุวรรณภูมิการค้าโลกยุคโบราณ"

มีการจำลองเรือสำเภา พร้อมทั้งวิดีทัศน์ให้ได้ทราบเรื่องราวของการค้าขายในสมัยนั้นด้วย

ซึ่งจะมีการจำลองพ่อค้าชาวอินเดียและชาวเปอร์เซียพร้อมสินค้าต่างๆ

ห้องที่ห้า เป็นห้องจัดแสดง "อู่ทองศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา"

จุดเด่นของที่นี่คือธรรมจักรพร้อมเสาและฐานครบชุด ซึ่งถือว่าโบราณวัตถุชิ้นนี้ค่อนข้างสมบูรณ์มาก

อันนี้เป็นแบบจำลองว่าค้นพบครั้งแรกอย่างไร

อันนี้คือแบบจำลองของเจดีย์ค่ะ

และนี่เป็นภาพมุมต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ค่ะ

และส่วนสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ คือ "เรือนลาวโซ่ง" หรือเรือนไทยทรงดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เดิมมีถิ่นอยู่ในประเทศเวียดนามและลาว มีภาษาพูด ภาษาเขียน การแต่งกาย ขนบธรรมเนียม และคติความเชื่อเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถูกกวาดต้อนให้มาตั้งบ้านเรือนครั้งแรกที่จังหวัดเพชรบุรี ต่อมามีการกระจายไปยังที่ต่างๆ กลุ่มหนึ่งมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อำเภออู่ทอง และอำเภอต่างๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี

เรือนลาวโซ่งสร้างด้วยวัสดุจากธรรมชาติ มีหลังคาเรือนทรงสูงครอบถึงผนังเรือนเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยเรือนนอนและยุ้งข้าว พร้อมด้วยคอกสัตว์และจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ ด้วยวัตถุสิ่งของและหุ่นจำลอง
ลองไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่
http://www.thongthailand.com/articles/656682/ลาวโซ่ง1.บ้านในพิพิธภัณฑสถานอู่ทองจ.สุพรรณบุรี.html

ที่อยู่และเบอร์ติดต่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง:
ถนนมาลัยแมน ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160
Telephone: 035-551-021
Fax: 035-551-021 ต่อ 24
Website:
http://www.finearts.go.th/authongmuseum
วันและเวลาทำการ: วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 น.-16.00 น.
ค่าเข้าชม: ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท
ยกเว้นนักเรียน/นักศึกษาในเครื่องแบบ, พระภิกษุ สามเณรและนักบวชในศาสนาต่างๆ และผู้สูงอายุ เกิน 60 ปี
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
[SR] {{{{{ เมืองอู่ทอง ณ สุพรรณบุรี เมืองโบราณอีกเมืองที่น่าท่องเที่ยว }}}}}
สำหรับรีวิวแรกนี้เราขอมาลงที่ทริปอู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
ถ้าพูดถึงสุพรรณบุรี ทุกคนก็คิดถึงที่เที่ยวนู่นนี่มากมาย แต่วันนี้เราจะมาเสนอแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ เตรียมปักหมุดตามกันไปได้เลยนะคะ ที่นี้คือเมืองอู่ทอง
เมืองอู่ทอง ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองโบราณสำคัญ มีคูน้ำคันดินเป็นรูปเมล็ดข้าวสารตั้งอยู่ริมแม่น้ำจระเข้สามพัน กึ่งกลางทางระหว่างแม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน และเจ้าพระยา เต็มไปด้วยร่องรอยหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สทัยดึกดำบรรพ์ ก่อนประวัติศาสตร์ มีตำนานว่าด้วย "ท้าวอู่ทอง" ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพงศาวดารชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยาสืบมาถึงทุกวันนี้
ทริปที่เรามาครั้งนี้เราขอเรียกว่าทริปครัวหนองเสือ ครัวหนองเสือ อ๊ะ! ทุกคนอาจจะงงว่าครัวหนองเสือคืออะไร
ขอเกริ่นถึงบ้านหนองเสือซะหน่อย...บ้านหนองเสือ หมู่ที่ 8 ตำบลอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี แต่เดิมที่นี่เป็นป่าทึบที่มีสัตว์ป่าจำนวนมาก และที่แห่งนี้ก็ยังเป็นหยองน้ำขนาดใหญ่ที่มีสัตว์ต่างๆ มาอาศัยกินน้ำเป็นประจำ สาเหตุที่ได้ชื่อว่า หนองเสือ เพราะว่าสถานที่บริเวณนี้พบเสืออยู่บริเวณหนองน้ำนี้และได้อาศัยกินน้ำที่นี่ เมื่อมีการตั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า บ้านหนองเสือ ตามชื่อของหนองน้ำในหมู่บ้าน มาจนถึงทุกวันนี้ บรรพชนอพยพมาจากจระเข้สามพัน ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน แต่คนในชุมชนมีความถนัดในเรื่องของการถนอมอาหารและปรุงอาหาร อดีตจนถึงปัจจุบันคนหนองเสือส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงวัว ในสมัยก่อนการเลี้ยงวัวฝูง ต้องต้อนฝูงวัวไปหาอาหารกินไกลจากหมู่บ้าน ทั้งการเดินทางและการติดต่อสื่อสารไม่ค่อยสะดวก เมื่อมีวัวในฝูงตาย กว่าจะส่งข่าวให้ที่หมู่บ้านได้รู้ก็หลายวัน ทำให้วัวที่นั้นนั้นขึ้นอืด จึงมีการนำเนื้อวัวที่ตายนั้นไปเคล้าเกลือทำปลาร้าเนื้ออย่างเดียว ดังนั้นอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของบ้านหนองเสือก็คือปลาร้าเนื้อ
ครัวหนองเสือ คือร้านอาหารร้านนึงในบ้านหนองเสือ แต่ตอนนี้ไม่ได้มีหน้าร้านแล้วค่ะ จะมีการทำอาหารนิดหน่อยออกมาขายตอนเช้า และจะเป็นการทำอาหารให้กับกรุ๊ปที่มาเที่ยวเป็นช่วงๆ มากกว่าค่ะ เพราะตอนนี้ที่บ้านหนองเสือ มี อพท. เข้ามาดูแล ก็จะมีการให้กลุ่มที่สนใจทำกิจกรรมต่างๆ ได้เข้ามาทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการสอนทำขนมต้ม งานจักสาน รวมถึงการพาเที่ยวอย่างเช่นเราที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวในทริปครัวหนองเสือนี้จากการเล่นเกมส์ผ่าน facebook ของครัวหนองเสือ ลองไปกดถูกใจ กดติดตามดูนะคะ จะมีกิจกรรมมาให้ร่วมสนุก เสมอๆ เลยล่ะค่ะ
https://www.facebook.com/NongSueaRestaurant/
ทริปนี้ที่เราไปเป็นทริปท่องเที่ยวเมืองโบราณอู่ทองด้วยรถราง
ซึ่งตอนแรก เราไม่ได้คิดจะเขียนรีวิวหรอกค่ะ แต่มีเหตุ ณ ตอนจะจากลาแล้ว ทำให้เราคิดมาว่าลองเขียนรีวิวซะหน่อย รูปเราเลยมีไม่มาก ไม่ละเอียดทีเดียว บางรูปอาจจะขอมาจากเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริป ขออนุญาตมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลว่าทำไมเราถึงตัดสินใจเขียนรีวิวลองตามอ่านกันนะคะ
เรานัดเจอกันที่บริเวณบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยฯ ค่ะ โดยโก๊แห้ง หรือคุณกิตติ์ธเนศ เป็นผู้ที่เดินทางมารับพวกเราโดยรถตู้โดยสาร กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี 2 คัน เราออกเดินทางกันเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ตียาวเข้าสุพรรณบุรี ไปเริ่มต้นกันที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สาขาแรกจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้นและบูรณะโบราณสถานในเมืองโบราณอู่ทองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีพัฒนาการยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย (1,900 ปีที่แล้ว) สืบเนื่องจนเจริญขึ้นเป็นบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี
มาถึงก็ได้กิน 555 เห็นมั้ยๆ ตกแต่งได้น่ารักมากๆ เลยค่ะ เป็นขนมต้มใส่ในถ้วยใบตอง เสิร์ฟพร้อมน้ำอัญชัน แถมยังตกแต่งด้วยดอกลั่นทมสีชมพูอ่อนแบบสดๆ อีกค่ะ ไม่ใช่แค่น่ากิน บอกเลยว่าอร่อยมากด้วยค่ะ
หลังจากกินเสร็จก็เข้าไปนัดแนะซักเล็กน้อย แต่สิ่งแรกที่เราเหลือบไปเห็น และเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เราต้องเดินเข้าไปหาคือสิ่งนี้
พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และพระราชินี
ที่นี่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
และในห้องนี้ก็ยังมีการจำหน่ายของที่ระลึกมากมายเลยล่ะค่ะ สามารถซื้อของฝากได้นะคะ ก็จะมีทั้งเสื้อยืด และของประดิษฐ์ที่คนที่นี่ทำเองไม่ว่าจะเป็นกำไลลูกปัด สร้อยคอลูกปัด ยาดมยาหม่องหัวโต เหรียญหล่อ พัด และอื่นอีกมากมายต้องลองไปดูเองแหละค่ะ
หลังจากนั้นก็ไปเดินดูรอบๆ พิพิธภัณฑ์ ดูประวัติของเมืองอู่ทอง ดูโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบภายในเมืองอู่ทอง ลองดูภาพตามได้เลยนะคะ
เรามาเรียนรู้ประวัติของเมืองอู่ทองกันซักเล็กน้อย เพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเราได้ไปโรงหล่อวิเชียร ไปหล่อเหรียญกัน จะได้พอรู้ความเป็นมาของเหรียญสักหน่อยค่ะ
นี่คือแผ่นพับที่มีแจกในพิพิธภัณฑ์ค่ะ มีบอกถึงการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์
ห้องแรก เป็นห้องจัดแสดง "บรรพชนคนอู่ทอง"
ห้องที่สอง เป็นห้องจัดแสดง "อู่ทองศรีทวารวดี"
และนี่คือพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งถ้าเป็นปกติจะเป็นปางสมาธิ แต่ปางนี้ถือว่าเป็นปางปฐมเทศนาเนื่องจากพบลักษณะของธรรมจักรและกวางหมอบที่บริเวณฐานของพระพุทธรูป
ห้องที่สาม เป็นห้องจัดแสดง "พัฒนาการทางประวัติศาสตร์บนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิ"
ห้องที่สี่ เป็นห้องจัดแสดง "สุวรรณภูมิการค้าโลกยุคโบราณ"
มีการจำลองเรือสำเภา พร้อมทั้งวิดีทัศน์ให้ได้ทราบเรื่องราวของการค้าขายในสมัยนั้นด้วย
ซึ่งจะมีการจำลองพ่อค้าชาวอินเดียและชาวเปอร์เซียพร้อมสินค้าต่างๆ
ห้องที่ห้า เป็นห้องจัดแสดง "อู่ทองศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา"
จุดเด่นของที่นี่คือธรรมจักรพร้อมเสาและฐานครบชุด ซึ่งถือว่าโบราณวัตถุชิ้นนี้ค่อนข้างสมบูรณ์มาก
อันนี้เป็นแบบจำลองว่าค้นพบครั้งแรกอย่างไร
อันนี้คือแบบจำลองของเจดีย์ค่ะ
และนี่เป็นภาพมุมต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ค่ะ
และส่วนสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ คือ "เรือนลาวโซ่ง" หรือเรือนไทยทรงดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เดิมมีถิ่นอยู่ในประเทศเวียดนามและลาว มีภาษาพูด ภาษาเขียน การแต่งกาย ขนบธรรมเนียม และคติความเชื่อเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถูกกวาดต้อนให้มาตั้งบ้านเรือนครั้งแรกที่จังหวัดเพชรบุรี ต่อมามีการกระจายไปยังที่ต่างๆ กลุ่มหนึ่งมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อำเภออู่ทอง และอำเภอต่างๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี
เรือนลาวโซ่งสร้างด้วยวัสดุจากธรรมชาติ มีหลังคาเรือนทรงสูงครอบถึงผนังเรือนเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยเรือนนอนและยุ้งข้าว พร้อมด้วยคอกสัตว์และจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ ด้วยวัตถุสิ่งของและหุ่นจำลอง
ลองไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่ http://www.thongthailand.com/articles/656682/ลาวโซ่ง1.บ้านในพิพิธภัณฑสถานอู่ทองจ.สุพรรณบุรี.html
ที่อยู่และเบอร์ติดต่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง:
ถนนมาลัยแมน ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี 72160
Telephone: 035-551-021
Fax: 035-551-021 ต่อ 24
Website: http://www.finearts.go.th/authongmuseum
วันและเวลาทำการ: วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 น.-16.00 น.
ค่าเข้าชม: ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท
ยกเว้นนักเรียน/นักศึกษาในเครื่องแบบ, พระภิกษุ สามเณรและนักบวชในศาสนาต่างๆ และผู้สูงอายุ เกิน 60 ปี
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ข้อมูลเพิ่มเติม