รีวิว | High-Rise | ดับเครื่องชน คนชั้นสูง
หนังเอาใจคนรักเศรษฐศาสตร์ การเมือง และ...Loki (Tom Hiddleston ในบทนำ) ใช้คอนโดสูงลิบสี่สิบชั้นเป็นโรงละครสะท้อนระบบเศรษฐกิจและการปกครองอย่างตรงตัวไม่อ้อมค้อม ผลงานออกแบบของ Royal (ผู้เป็นเจ้า, Jeremy Irons) สถาปนิกขั้นเทพ เขาตั้งใจสร้างอาคาร 5 หลังประกอบกันเป็นรูปมือ ซึ่งเราว่าคือสิ่งก่อสร้างรูปธรรมของ The Invisible Hand (มือล่องหน) กลไกในอุดมคติของระบบทุนนิยม (Capitalism) เปิดรับผู้อาศัยตามลำดับชั้นทางสังคมและรายได้ ยิ่งไฮโซก็ยิ่งอยู่สูง มีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Supermarket แหล่งซื้อขายปัจจัยพื้นฐาน ณ ราคาตลาดอยู่ชั้น 15 กึ่งกลางเพราะทุกคนต่างต้องกินต้องใช้ไม่เว้นวรรณะ ความหรูหราอยู่ชั้น 30 เป็นยิมและสปา ส่วนชั้น 25 มีห้องของ Dr. Laing (Hiddleston) ตัวแทนคนดูผู้ไต่เต้าถีบตนจากชนชั้นกลาง แลดูอยู่ในระดับสูงแล้วแต่ก็ยังไม่สุด
ด้วยความรู้นิดน้อยเท่าหอยมดของคนเคยเรียนวิชา Economy ได้ C+ อย่างเรา พอเข้าใจ (มโนเอง) คร่าว ๆ ว่าหนังให้ตึกซึ่ง Royal อยากใช้เป็นแม่แบบทุนนิยมในฝัน เผชิญปัญหาเมื่อเหล่าเพื่อนบ้านชั้นสูงแทรกแซงการบริหารอาคาร กันประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่ม เป็นตุ๊กตาวิพากษ์ State Capitalism ที่รัฐเข้าขัดกลไกตลาดที่ควรจะเปิดเสรีจนระบบรวน การรวมหัวเอาประโยชน์ใส่ตัวสร้างความไม่พอใจให้เจ้าของห้องชั้นล่าง นำโดย Wilder (แปลแบบซื่อก็คือคนเถื่อน, Luke Evans) ตั้งคำถามว่าทำไมจ่ายค่าส่วนกลางเท่ากัน แต่พวกมันได้สิทธิมากกว่าพวกเราไม่เท่าเทียม ตามแนวคิดแบบสังคมนิยม (Socialism) เมื่อระบบไฟฟ้าอาคารดับ (Power Failure) ความวุ่นวายจากความขัดแย้งของสองฝ่ายก็ทะลุจุดเดือด
หนังเหมือนอาคารที่วางรากฐานแน่นโดยวิศวกรฝีมือดี มีการตกแต่งภายในหรู แต่ผู้รับเหมามือไม่ถึง ครึ่งหลังเลยผนังร้าว กระเบื้องร่อน เร่งร้อนตัดบทไปสู่ความบ้าคลั่งพังพินาศของคนในคอนโดอย่างไร้คำอธิบาย นอกจากตั้งใจตอกย้ำว่าระบบมันผุกร่อน แถมกฎในโลก Dystopia ก็ไม่แน่นพอให้เชื่อได้ว่าทำไมทุกคนไม่หนีให้พ้นไปจากตัวตึกเพราะโลกภายนอกก็ดูปกติดี การวางกฎเกณฑ์ที่ Make sense สำคัญมากต่อหนังที่สร้างโลกสมมติเพื่อเปรียบเทียบกลไกสังคม ตัวอย่างที่ดีเช่น Snowpiercer (บุกทลายความเหลื่อมล้ำในขบวนรถไฟ) และ The Lobster (จับคู่ไม่ได้ต้องกลายเป็นสัตว์)
แม้จะไปไม่สุดทาง แต่หนังก็ขี้เล่นและช่างคิด มีการปะฉะดะระหว่างสองขั้วในอีกหลายรูปแบบ เช่น คนในวงการบันเทิง (Wilder นักทำสารคดีทีวีถูกจัดเป็นชั้นต่ำ สู้กับคนทำหนังใหญ่ซึ่งหนีบรางวัล BAFTA หรือ Oscar UK มาเลย), การเมืองอังกฤษ (แข่งว่าใครจะจัด ‘Party’ ได้ดึงดูดคนกว่ากัน น่าจะกัดการแข่งขันของสองพรรคใหญ่ Conservative และ Labour) การล้มกลุ่มคนชั้นสูงซึ่งหลงใหลคอสตูมฝรั่งเศสก็น่าจะอิง French Revolution อันเป็นการล้มระบบเจ้าขุนมูลนาย วุ้ย! หลายอย่าง คิดตามก็สนุกดี ใครมีปูมหลังเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ก็น่าจะต่อยอดได้ เถิดเทิงเข้าไปอีก
หนัง Stylish มาก ทั้งงานกำกับภาพ เซ็ตต่าง ๆ ประกอบตัวเป็นตึกใหญ่ได้น่าเชื่อ คอสตูมเสื้อขาวตีเกล็ดเข้ารูปเป๊ะที่ Hiddleston สวมก็เนี้ยบและร้อนแรงไม่แพ้ตอนถอด ชอบสุดคือดนตรีประกอบและการตัดต่อเสียง เราชอบฉากไฟติดดับ สลับเพลงตื๊ดของตลาดชั้น 15 กับดนตรีคลาสสิคจากงานปาร์ตี้สุดเร่งเร้าที่เอาเพลง SOS ของ ABBA มายกเครื่องให้ทันสมัย ถูกใช้อีกครั้งในฉากวุ่นวายช่วงท้าย เนื้อเพลงร้องถามว่าอดีตอันสวยงามมันหายไปไหนหมดคะ Darling ซึ่งก็ไปตรงกับชื่อ Dr. Laing แบบสลับอักษรพอดี๊ พอดี หนังอาจจะมีเนื้อหาเข้ากับสถานการณ์บ้านเราอยู่บ้างก็ได้นะ อิอิ /โดนลากไปปรับทัศนวิสัย
เกรด | B
High-Rise เริ่มฉายวันนี้ โดยค่ายหนังรสนิยมดี Handmade Distribution
Disclaimer: เราไม่ได้มีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองที่แข็งแรงเลยนะจ๊ะ ถ้าการเทียบเคียงบริบทของภาพยนตร์จะดูประหลาดไปบ้างก็ขออภัย แนะนำกันได้เลยจ้ะ ยินดี
Credit:
https://www.facebook.com/jijabanang
รีวิว | High-Rise | ดับเครื่องชน คนชั้นสูง
หนังเอาใจคนรักเศรษฐศาสตร์ การเมือง และ...Loki (Tom Hiddleston ในบทนำ) ใช้คอนโดสูงลิบสี่สิบชั้นเป็นโรงละครสะท้อนระบบเศรษฐกิจและการปกครองอย่างตรงตัวไม่อ้อมค้อม ผลงานออกแบบของ Royal (ผู้เป็นเจ้า, Jeremy Irons) สถาปนิกขั้นเทพ เขาตั้งใจสร้างอาคาร 5 หลังประกอบกันเป็นรูปมือ ซึ่งเราว่าคือสิ่งก่อสร้างรูปธรรมของ The Invisible Hand (มือล่องหน) กลไกในอุดมคติของระบบทุนนิยม (Capitalism) เปิดรับผู้อาศัยตามลำดับชั้นทางสังคมและรายได้ ยิ่งไฮโซก็ยิ่งอยู่สูง มีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Supermarket แหล่งซื้อขายปัจจัยพื้นฐาน ณ ราคาตลาดอยู่ชั้น 15 กึ่งกลางเพราะทุกคนต่างต้องกินต้องใช้ไม่เว้นวรรณะ ความหรูหราอยู่ชั้น 30 เป็นยิมและสปา ส่วนชั้น 25 มีห้องของ Dr. Laing (Hiddleston) ตัวแทนคนดูผู้ไต่เต้าถีบตนจากชนชั้นกลาง แลดูอยู่ในระดับสูงแล้วแต่ก็ยังไม่สุด
ด้วยความรู้นิดน้อยเท่าหอยมดของคนเคยเรียนวิชา Economy ได้ C+ อย่างเรา พอเข้าใจ (มโนเอง) คร่าว ๆ ว่าหนังให้ตึกซึ่ง Royal อยากใช้เป็นแม่แบบทุนนิยมในฝัน เผชิญปัญหาเมื่อเหล่าเพื่อนบ้านชั้นสูงแทรกแซงการบริหารอาคาร กันประโยชน์ให้คนเฉพาะกลุ่ม เป็นตุ๊กตาวิพากษ์ State Capitalism ที่รัฐเข้าขัดกลไกตลาดที่ควรจะเปิดเสรีจนระบบรวน การรวมหัวเอาประโยชน์ใส่ตัวสร้างความไม่พอใจให้เจ้าของห้องชั้นล่าง นำโดย Wilder (แปลแบบซื่อก็คือคนเถื่อน, Luke Evans) ตั้งคำถามว่าทำไมจ่ายค่าส่วนกลางเท่ากัน แต่พวกมันได้สิทธิมากกว่าพวกเราไม่เท่าเทียม ตามแนวคิดแบบสังคมนิยม (Socialism) เมื่อระบบไฟฟ้าอาคารดับ (Power Failure) ความวุ่นวายจากความขัดแย้งของสองฝ่ายก็ทะลุจุดเดือด
หนังเหมือนอาคารที่วางรากฐานแน่นโดยวิศวกรฝีมือดี มีการตกแต่งภายในหรู แต่ผู้รับเหมามือไม่ถึง ครึ่งหลังเลยผนังร้าว กระเบื้องร่อน เร่งร้อนตัดบทไปสู่ความบ้าคลั่งพังพินาศของคนในคอนโดอย่างไร้คำอธิบาย นอกจากตั้งใจตอกย้ำว่าระบบมันผุกร่อน แถมกฎในโลก Dystopia ก็ไม่แน่นพอให้เชื่อได้ว่าทำไมทุกคนไม่หนีให้พ้นไปจากตัวตึกเพราะโลกภายนอกก็ดูปกติดี การวางกฎเกณฑ์ที่ Make sense สำคัญมากต่อหนังที่สร้างโลกสมมติเพื่อเปรียบเทียบกลไกสังคม ตัวอย่างที่ดีเช่น Snowpiercer (บุกทลายความเหลื่อมล้ำในขบวนรถไฟ) และ The Lobster (จับคู่ไม่ได้ต้องกลายเป็นสัตว์)
แม้จะไปไม่สุดทาง แต่หนังก็ขี้เล่นและช่างคิด มีการปะฉะดะระหว่างสองขั้วในอีกหลายรูปแบบ เช่น คนในวงการบันเทิง (Wilder นักทำสารคดีทีวีถูกจัดเป็นชั้นต่ำ สู้กับคนทำหนังใหญ่ซึ่งหนีบรางวัล BAFTA หรือ Oscar UK มาเลย), การเมืองอังกฤษ (แข่งว่าใครจะจัด ‘Party’ ได้ดึงดูดคนกว่ากัน น่าจะกัดการแข่งขันของสองพรรคใหญ่ Conservative และ Labour) การล้มกลุ่มคนชั้นสูงซึ่งหลงใหลคอสตูมฝรั่งเศสก็น่าจะอิง French Revolution อันเป็นการล้มระบบเจ้าขุนมูลนาย วุ้ย! หลายอย่าง คิดตามก็สนุกดี ใครมีปูมหลังเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ก็น่าจะต่อยอดได้ เถิดเทิงเข้าไปอีก
หนัง Stylish มาก ทั้งงานกำกับภาพ เซ็ตต่าง ๆ ประกอบตัวเป็นตึกใหญ่ได้น่าเชื่อ คอสตูมเสื้อขาวตีเกล็ดเข้ารูปเป๊ะที่ Hiddleston สวมก็เนี้ยบและร้อนแรงไม่แพ้ตอนถอด ชอบสุดคือดนตรีประกอบและการตัดต่อเสียง เราชอบฉากไฟติดดับ สลับเพลงตื๊ดของตลาดชั้น 15 กับดนตรีคลาสสิคจากงานปาร์ตี้สุดเร่งเร้าที่เอาเพลง SOS ของ ABBA มายกเครื่องให้ทันสมัย ถูกใช้อีกครั้งในฉากวุ่นวายช่วงท้าย เนื้อเพลงร้องถามว่าอดีตอันสวยงามมันหายไปไหนหมดคะ Darling ซึ่งก็ไปตรงกับชื่อ Dr. Laing แบบสลับอักษรพอดี๊ พอดี หนังอาจจะมีเนื้อหาเข้ากับสถานการณ์บ้านเราอยู่บ้างก็ได้นะ อิอิ /โดนลากไปปรับทัศนวิสัย
เกรด | B
High-Rise เริ่มฉายวันนี้ โดยค่ายหนังรสนิยมดี Handmade Distribution
Disclaimer: เราไม่ได้มีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์และการเมืองที่แข็งแรงเลยนะจ๊ะ ถ้าการเทียบเคียงบริบทของภาพยนตร์จะดูประหลาดไปบ้างก็ขออภัย แนะนำกันได้เลยจ้ะ ยินดี
Credit: https://www.facebook.com/jijabanang