14:32น. 30/12/2558
กลาโหมแถลงผลการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ไม่ชี้ชัดมีทุจริต ยันการใช้งบทั้งหมดถูกต้องตามระเบียบ ส่วนปมร้อน โรงหล่อ ค่าหัวคิว มีอุปสรรคในการสอบ ย้ำเป็นการตรวจสอบแค่ข้อเท็จจริง ไม่ได้ชี้ความผิดถูกของบุคคล
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (30 ธ.ค.58) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองโฆษกกลาโหมในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นำคณะทำงานแถลงผลสอบอุทยานราชภักดิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฏหมายพรรคเพื่อไทย เข้าฟังการแถลงตรวจสอบข้อเท็จจริงอุทยานราชภักดิ์ในครั้งนี้ด้วย
โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อนำอุปกรณ์ถ่ายทอดสดเข้าไปในห้องแถลงข่าว ให้นำเข้าได้แค่กล้อง และขาตั้งกล้อง โดยให้สื่อยกมือขึ้นถามทีละคน คนละ 1-2 คำถาม โดยแจ้งชื่อและสังกัดก่อน
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบตลอด 1 เดือนที่ผ่านมามีผลแล้วเสร็จ โดยในกรอบอำนาจการสอบครั้งนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบ 8 คน ซึ่งไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมาย เป็นเพียงการสอบภายในกระทรวงกลาโหม โดยตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ โดยได้สอบบุคคลที่เกี่ยวข้องไป 23 คน และตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก โดยเฉพาะเอกสารรายรับรายจ่ายที่จะมีการตรวจสอบถึงวันที่ 30 พ.ย.58 ส่วนเอกสารทั่วไปสอบถึง 24 ธ.ค.58 สำหรับงบมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ มีการตรวจสอบถึง 30พ.ย.58 พบมีเงิน 106 ล้านบาทเศษ ยังไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบเงินที่ใช้งบกลาง งบมูลนิธิ งบบริจาค เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯและระเบียบของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง
โดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ตอบว่าการตรวจสอบโปร่งใสหรือไม่ แต่กล่าวว่าการสอบข้อเท็จจริงจะเป็นการให้ข้อสังเกตแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
สำหรับประเด็นที่เป็นข้อสังเกตจากสังคม ได้แก่
ข้อสังเกตเรื่องโรงหล่อพระบรมรูป ทั้ง7พระองค์ พล.อ.ชัยชาญ ระบุว่า การสอบพยานทั้ง23ปาก และ เอกสารอีกจำนวนมาก ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าบุคคลใดมีความผิดบ้าง เนื่องจากการตรวจสอบมีอุปสรรค ไม่สามารถติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนมาสอบปากคำได้ เนื่องจากมีการหนีไปต่างประเทศ แต่การหนีครั้งนี้หนีไปด้วยคดีอื่นไม่เกี่ยวกับคดีนี้ จึงไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ หลังจากนี้จึงถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตามกม.
กรณีต้นไม้ต้นละ3แสน มีการชี้แจงว่าไม่ใช่การซื้อ ต้นไม้มีเอกชนบริจาค ส่วนคนบริจาคจ่ายเงิน3แสนเข้ากองทุนไม่ได้เอาเงินไปจ่ายซื้อต้นไม้
กรณีการหักหัวคิว คณะกรรมการฯ ระบุตอบไม่ได้เพราะสอบข้อเท็จจริงไม่รอบด้านต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจทุจริตตรวจสอบต่อ
ทั้งนี้ยืนยันว่า คณะกรรมการมีหน้าที่แค่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่การชี้ผิดถูกบุคคล เพราะไม่มีหน้าที่ ส่วนการสอบทุจริตเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด การสอบภายในกลาโหมก็ต้องทำ แต่ยอมรับว่าจะมีหน่วยงานอื่นที่จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่ม โดยผลสอบของคณะกรรมการฯจะมีการนำส่งให้กองทัพบก และถ้า สตง.ขอข้อมูลก็พร้อมให้
---------
http://www.pptvthailand.com/news/21040 ------------
ดีใจจัเลยค่ะ ไม่ได้มีทุจริตอะไรเล้ยยยย เห็นมั้ยคะ
#ที่นี่ประเทศไทย
#ทำเองตรวจสอบเอง
ทายไว้ไม่มีผิด หึหึ
กลาโหมแถลงผลสอบราชภักดิ์ไม่ชี้ชัดมีทุจริต-ปมร้อน"โรงหล่อ-ค่าหัวคิว"ตรวจสอบไม่ได้ -- สรุปว่าไม่ผิดนะะะะะ
กลาโหมแถลงผลการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ไม่ชี้ชัดมีทุจริต ยันการใช้งบทั้งหมดถูกต้องตามระเบียบ ส่วนปมร้อน โรงหล่อ ค่าหัวคิว มีอุปสรรคในการสอบ ย้ำเป็นการตรวจสอบแค่ข้อเท็จจริง ไม่ได้ชี้ความผิดถูกของบุคคล
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (30 ธ.ค.58) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองโฆษกกลาโหมในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นำคณะทำงานแถลงผลสอบอุทยานราชภักดิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฏหมายพรรคเพื่อไทย เข้าฟังการแถลงตรวจสอบข้อเท็จจริงอุทยานราชภักดิ์ในครั้งนี้ด้วย
โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อนำอุปกรณ์ถ่ายทอดสดเข้าไปในห้องแถลงข่าว ให้นำเข้าได้แค่กล้อง และขาตั้งกล้อง โดยให้สื่อยกมือขึ้นถามทีละคน คนละ 1-2 คำถาม โดยแจ้งชื่อและสังกัดก่อน
พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบตลอด 1 เดือนที่ผ่านมามีผลแล้วเสร็จ โดยในกรอบอำนาจการสอบครั้งนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบ 8 คน ซึ่งไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมาย เป็นเพียงการสอบภายในกระทรวงกลาโหม โดยตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ โดยได้สอบบุคคลที่เกี่ยวข้องไป 23 คน และตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก โดยเฉพาะเอกสารรายรับรายจ่ายที่จะมีการตรวจสอบถึงวันที่ 30 พ.ย.58 ส่วนเอกสารทั่วไปสอบถึง 24 ธ.ค.58 สำหรับงบมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ มีการตรวจสอบถึง 30พ.ย.58 พบมีเงิน 106 ล้านบาทเศษ ยังไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบเงินที่ใช้งบกลาง งบมูลนิธิ งบบริจาค เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯและระเบียบของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง
โดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ตอบว่าการตรวจสอบโปร่งใสหรือไม่ แต่กล่าวว่าการสอบข้อเท็จจริงจะเป็นการให้ข้อสังเกตแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
สำหรับประเด็นที่เป็นข้อสังเกตจากสังคม ได้แก่
ข้อสังเกตเรื่องโรงหล่อพระบรมรูป ทั้ง7พระองค์ พล.อ.ชัยชาญ ระบุว่า การสอบพยานทั้ง23ปาก และ เอกสารอีกจำนวนมาก ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าบุคคลใดมีความผิดบ้าง เนื่องจากการตรวจสอบมีอุปสรรค ไม่สามารถติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนมาสอบปากคำได้ เนื่องจากมีการหนีไปต่างประเทศ แต่การหนีครั้งนี้หนีไปด้วยคดีอื่นไม่เกี่ยวกับคดีนี้ จึงไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ หลังจากนี้จึงถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตามกม.
กรณีต้นไม้ต้นละ3แสน มีการชี้แจงว่าไม่ใช่การซื้อ ต้นไม้มีเอกชนบริจาค ส่วนคนบริจาคจ่ายเงิน3แสนเข้ากองทุนไม่ได้เอาเงินไปจ่ายซื้อต้นไม้
กรณีการหักหัวคิว คณะกรรมการฯ ระบุตอบไม่ได้เพราะสอบข้อเท็จจริงไม่รอบด้านต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจทุจริตตรวจสอบต่อ
ทั้งนี้ยืนยันว่า คณะกรรมการมีหน้าที่แค่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่การชี้ผิดถูกบุคคล เพราะไม่มีหน้าที่ ส่วนการสอบทุจริตเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด การสอบภายในกลาโหมก็ต้องทำ แต่ยอมรับว่าจะมีหน่วยงานอื่นที่จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้เพิ่ม โดยผลสอบของคณะกรรมการฯจะมีการนำส่งให้กองทัพบก และถ้า สตง.ขอข้อมูลก็พร้อมให้
--------- http://www.pptvthailand.com/news/21040 ------------
ดีใจจัเลยค่ะ ไม่ได้มีทุจริตอะไรเล้ยยยย เห็นมั้ยคะ
#ที่นี่ประเทศไทย
#ทำเองตรวจสอบเอง
ทายไว้ไม่มีผิด หึหึ