ส่วนตัวเชียร์แมนยู และไม่ได้ค้างคาใจผลการแข่งขัน เพราะแมนยูสมควรแพ้จริงๆ แต่เกิดความสงสัยในจังหวะลูกที่สามของเอฟ เพราะแวบแรกที่เห็นคือรู้สึกว่ามันน่าจะล้ำหน้า(สาบานว่าไม่ได้อคติ กลับกันลูกนี้เป็นแมนยูได้ประโยชน์ผมก็สงสัยอยู่ดี)
ด้วยความสงสัยจึงมาตั้งกระทู้ถามเมื่อวาน
http://ppantip.com/topic/33571015/comment22 ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้คำตอบสองด้าน คือล้ำ และไม่ล้ำ
ฝั่งที่ล้ำให้เหตุผลว่า ลูกากู เจตนาเล่นบอลจังหวะแรกชัดเจน พอบอลเกือบข้ามหัวก็หยุดเล่น
ฝั่งที่ให้เหตุผลว่าไม่ล้ำ ก็ได้นำกฎของฟีฟ่าข้อหนึ่งมาชี้แจง ดังนี้
ซึ่งจากเดิมที่คิดว่าล้ำ พอมาเจอกฎข้อนี้เลยเริ่มไม่แน่ใจ และเอนเอียงมาทางไม่ล้ำ และคิดว่าผู้ตัดสินตัดสินถูกต้องแล้ว
แต่ก็มาอ่านเจอบทวิเคราะห์ของ เทียรี่ อองรี กับแกรม ซูเนส คอมเมนเตเตอร์ของสกายสปอร์ต ที่เห็นพ้องกันว่าจังหวะดังกล่าวเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้ผมยังเกิดความสับสนและไม่แน่ใจ
ถ้าเป็นแบบนี้ผมนอนไม่หลับแน่นอน จึงต้องค้นคว้าหาคำตอบด้วยตัวเอง โดยเข้าไปอ่านกฎฟีฟ่าอย่างละเอียดมันซะเลย
ก็ไปเจอกฏพื้นฐานของการล้ำหน้า ซึ่งเราก็พอจะทราบๆกันอยู่แล้ว ดังนี้
สรุปได้ว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไม่สามารถทำสามสิ่งได้ คือ
1. เกี่ยวข้องหรือรบกวนการเล่น
2. เกี่ยวข้องหรือรบกวนฝั่งตรงข้าม
3. ได้ประโยชน์จากการยืนตำแหน่งล้ำหน้านั้น
ซึ่งการรบกวนดังกล่าวไม่จำเป็นที่ผู้ล้ำหน้าจะต้องสัมผัสบอล แต่มันก็มีข้อยกเว้นตามกฎที่ฝั่งที่เห็นว่าไม่ล้ำยกมาชี้แจง
คราวนี้มาดูเกมกัน ลูกที่ 3 ของเอฟ สรุปแล้วล้ำหน้าหรือไม่
บอลออกจากเท้า จะเห็นว่าลูกากูอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
ซึ่งจังหวะนี้จะไม่ล้ำทันที ถ้าลูกากูหยุดเล่น แต่ทว่าลูกากูยังแสดงเจตนาที่จะเล่นอย่างชัดเจน
จังหวะดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าไม่ล้ำในกรณีที่เป็นไปตามกฎฟีฟ่าที่เคยยกมากล่าวไว้
นั่นคือ ลูกากูจะต้องแสดงเจตนาการเล่น รอลูกบอลข้ามมา และวิ่งเข้าหาบอล พร้อมกับมิลาราสที่วิ่งเข้าหาบอลด้วย ซึ่งคำว่า runs towards the ball คือการวิ่งเข้าหาลูกบอล จังหวะที่ผู้เล่นวิ่งอยู่ข้างหน้าลูกบอลจึงไม่นับ เพราะอาจทำให้ตัดสินยากว่าตำแหน่งบอลไปที่ใคร ตรงนี้ตอบข้อสงสัยของหลายๆคนว่าทำไมบางทีไลน์แมนยกธงทั้งๆที่ผู้ล้ำหน้ายังไม่สัมผัสบอล เพราะไลน์แมนจะดูกรณีนี้ก่อน ถ้ามีแต่นาย A ที่วิ่งเข้าหาบอล ไลน์แมนสามารถยกธงได้ทันที แต่ถ้ามีนาย B วิ่งเข้าหาบอลด้วย ไลน์แมนจะไม่ยกธงตราบที่นาย A ยังไม่สัมผัสบอล
แต่ทว่าลูกบอลยังมาไม่ผ่านตำแหน่งของลูกากู ลูกากูตัดสินใจหยุดเล่นทันที ขอเดาว่าลูกากูก็ไม่รู้หรอกว่ามีมิลาราสวิ่งคู่มาริมเส้น และจะเข้ามาเอาบอล แต่ที่หยุดเพราะนึกได้ว่าตัวเองอยู่ตำแหน่งล้ำหน้า
และกลับเข้าสู่กฎที่แอคชั่นดังกล่าวของลูกากูมีผลต่อคู่ต่อสู้ชัดเจน คือกองหลังแมนยูหยุดไล่บอล
ซึ่งจังหวะนี้ไลน์แมนควรยกธงล้ำหน้า แต่เมื่อไลน์แมนไม่ยกก็แสดงว่ามีดุลยพินิจว่าไม่ล้ำ ซึ่งไม่ได้เกิดจากกฎผู้เล่นสองคนวิ่งหาบอล แต่มาจากการตัดสินว่าลูกากูหยุดเล่นบอลแล้ว(ซึ่งน่าจะผิดพลาด เพราะลูกากูเจตนาเล่นบอลตอนแรก)
ดังนั้น การที่มิลาราสวิ่งเข้าหาบอล จึงเป็นจังหวะต่อเนื่องจากการตัดสินว่าลูกากูหยุดเล่นบอล ไม่น่าจะมาจากกฎผู้เล่นสองคนวิ่งเข้าหาบอล
พอมิลาราสไม่ล้ำ ลูกากูก็สามารถกลับเข้าสู่เกมได้จึงวิ่งประคองมิลาราส
จากกฎที่ศึกษามาดังกล่าวทำให้ผมรู้สึกเห็นใจไลน์แมนเหลือเกิน ยิ่งเกมเร็วๆ ไลน์แมนจะต้องมีปฏิกิริยาที่ไวมาก และตัดสินใจในทันที
เห็นต่างประการใด เชิญแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ
ขอบคุณครับ
เรียนรู้กฎล้ำหน้าจาก เอฟ 3 - 0 แมนยู
ด้วยความสงสัยจึงมาตั้งกระทู้ถามเมื่อวาน http://ppantip.com/topic/33571015/comment22 ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้คำตอบสองด้าน คือล้ำ และไม่ล้ำ
ฝั่งที่ล้ำให้เหตุผลว่า ลูกากู เจตนาเล่นบอลจังหวะแรกชัดเจน พอบอลเกือบข้ามหัวก็หยุดเล่น
ฝั่งที่ให้เหตุผลว่าไม่ล้ำ ก็ได้นำกฎของฟีฟ่าข้อหนึ่งมาชี้แจง ดังนี้
ซึ่งจากเดิมที่คิดว่าล้ำ พอมาเจอกฎข้อนี้เลยเริ่มไม่แน่ใจ และเอนเอียงมาทางไม่ล้ำ และคิดว่าผู้ตัดสินตัดสินถูกต้องแล้ว
แต่ก็มาอ่านเจอบทวิเคราะห์ของ เทียรี่ อองรี กับแกรม ซูเนส คอมเมนเตเตอร์ของสกายสปอร์ต ที่เห็นพ้องกันว่าจังหวะดังกล่าวเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้ผมยังเกิดความสับสนและไม่แน่ใจ
ถ้าเป็นแบบนี้ผมนอนไม่หลับแน่นอน จึงต้องค้นคว้าหาคำตอบด้วยตัวเอง โดยเข้าไปอ่านกฎฟีฟ่าอย่างละเอียดมันซะเลย
ก็ไปเจอกฏพื้นฐานของการล้ำหน้า ซึ่งเราก็พอจะทราบๆกันอยู่แล้ว ดังนี้
สรุปได้ว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไม่สามารถทำสามสิ่งได้ คือ
1. เกี่ยวข้องหรือรบกวนการเล่น
2. เกี่ยวข้องหรือรบกวนฝั่งตรงข้าม
3. ได้ประโยชน์จากการยืนตำแหน่งล้ำหน้านั้น
ซึ่งการรบกวนดังกล่าวไม่จำเป็นที่ผู้ล้ำหน้าจะต้องสัมผัสบอล แต่มันก็มีข้อยกเว้นตามกฎที่ฝั่งที่เห็นว่าไม่ล้ำยกมาชี้แจง
คราวนี้มาดูเกมกัน ลูกที่ 3 ของเอฟ สรุปแล้วล้ำหน้าหรือไม่
บอลออกจากเท้า จะเห็นว่าลูกากูอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
ซึ่งจังหวะนี้จะไม่ล้ำทันที ถ้าลูกากูหยุดเล่น แต่ทว่าลูกากูยังแสดงเจตนาที่จะเล่นอย่างชัดเจน
จังหวะดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าไม่ล้ำในกรณีที่เป็นไปตามกฎฟีฟ่าที่เคยยกมากล่าวไว้
นั่นคือ ลูกากูจะต้องแสดงเจตนาการเล่น รอลูกบอลข้ามมา และวิ่งเข้าหาบอล พร้อมกับมิลาราสที่วิ่งเข้าหาบอลด้วย ซึ่งคำว่า runs towards the ball คือการวิ่งเข้าหาลูกบอล จังหวะที่ผู้เล่นวิ่งอยู่ข้างหน้าลูกบอลจึงไม่นับ เพราะอาจทำให้ตัดสินยากว่าตำแหน่งบอลไปที่ใคร ตรงนี้ตอบข้อสงสัยของหลายๆคนว่าทำไมบางทีไลน์แมนยกธงทั้งๆที่ผู้ล้ำหน้ายังไม่สัมผัสบอล เพราะไลน์แมนจะดูกรณีนี้ก่อน ถ้ามีแต่นาย A ที่วิ่งเข้าหาบอล ไลน์แมนสามารถยกธงได้ทันที แต่ถ้ามีนาย B วิ่งเข้าหาบอลด้วย ไลน์แมนจะไม่ยกธงตราบที่นาย A ยังไม่สัมผัสบอล
แต่ทว่าลูกบอลยังมาไม่ผ่านตำแหน่งของลูกากู ลูกากูตัดสินใจหยุดเล่นทันที ขอเดาว่าลูกากูก็ไม่รู้หรอกว่ามีมิลาราสวิ่งคู่มาริมเส้น และจะเข้ามาเอาบอล แต่ที่หยุดเพราะนึกได้ว่าตัวเองอยู่ตำแหน่งล้ำหน้า
และกลับเข้าสู่กฎที่แอคชั่นดังกล่าวของลูกากูมีผลต่อคู่ต่อสู้ชัดเจน คือกองหลังแมนยูหยุดไล่บอล
ซึ่งจังหวะนี้ไลน์แมนควรยกธงล้ำหน้า แต่เมื่อไลน์แมนไม่ยกก็แสดงว่ามีดุลยพินิจว่าไม่ล้ำ ซึ่งไม่ได้เกิดจากกฎผู้เล่นสองคนวิ่งหาบอล แต่มาจากการตัดสินว่าลูกากูหยุดเล่นบอลแล้ว(ซึ่งน่าจะผิดพลาด เพราะลูกากูเจตนาเล่นบอลตอนแรก)
ดังนั้น การที่มิลาราสวิ่งเข้าหาบอล จึงเป็นจังหวะต่อเนื่องจากการตัดสินว่าลูกากูหยุดเล่นบอล ไม่น่าจะมาจากกฎผู้เล่นสองคนวิ่งเข้าหาบอล
พอมิลาราสไม่ล้ำ ลูกากูก็สามารถกลับเข้าสู่เกมได้จึงวิ่งประคองมิลาราส
จากกฎที่ศึกษามาดังกล่าวทำให้ผมรู้สึกเห็นใจไลน์แมนเหลือเกิน ยิ่งเกมเร็วๆ ไลน์แมนจะต้องมีปฏิกิริยาที่ไวมาก และตัดสินใจในทันที
เห็นต่างประการใด เชิญแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ
ขอบคุณครับ