ความเดิมตอนที่ 1
http://ppantip.com/topic/31253397
ความเดิมตอนที่ 2
http://ppantip.com/topic/32828851
ความเดิมตอนที่ 3
http://ppantip.com/topic/32829244
SARANGOT - LUMBINI
โปรมแกรมวันนี้ (วันที่6) คือเรานัดเจอแทกซี่ตอนตีสี่เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ sarangot ซึ่งเป็นจุดชมเทือกเขา Machhapuchchhre หรือ fish tail ที่คุณไม่ควรพลาด แต่ด้วยอากาศมันปิดสิ่งที่เราเห็นจึงไม่ค่อยแตกต่างจากเมื่อสี่วันก่อนเท่าไรนัก
คุณคงแปลกใจว่าจะไปชมวิวที่ไหนเพราะ sarangot ไม่ใช่พื้นที่โล่งเหมือนจุดชมวิวบ้านเรา จะให้ปีนขึ้นไปบนเขาอีกก็คงไม่ไหว ดังนั้นสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวก็คือ ดาดฟ้าของบ้านหรือเกสต์เฮ้าแถวนั้น คุณสามารถขอขึ้นไปดูได้ฟรีไม่เสียเงินทั้งๆที่คุณไม่ได้เข้าพักที่นั่น (คนเนปาลเป็นคนใจดีค่ะ)
จากนั้นเราต้องรีบทำเวลากันต่อเพราะจองตั๋วรถไปลุมพินีรอบแปดโมงเช้า เราจะเดินทางกันด้วยรถคันนี้ค่ะ จองผ่านที่พักค่าตั๋วคนละ 700 รูปี
พอเห็นรถก็เริ่มงงว่านี่คือ tourist bus จริงเหรอ มันเหมือน local bus มากทีเดียว ผู้โดยสารที่รอก็ไม่มีนักท่องเที่ยวชนชาติอื่นเลยมีแต่คนเนปาลทั้งน้าน ในใจเริ่มกังวลว่าจะปลอดภัยมั้ย จะเหม็นรึเปล่า........มันใช่แน่ใช่ม้ายยยยยยยย.......พอรถเคลื่อนตัวออกตามเส้นทางสิ่งที่เราพบเห็นก็เริ่มแตกต่าง
บรรยากาศข้างทางจะเป็นเขา แม่น้ำ (ก็จะคล้ายกับการเดินทางจากวังเวียงไปหลวงพระบางอ่ะ) รถจะผ่านหมู่บ้านในหุบเขารับผู้โดยสารส่งระหว่างหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ความคิดเห็นส่วนตัวคือประทับใจกับการเดินทางโดย local bus มากค่ะ มันปลอดภัย...ไม่มีกลิ่นตัวที่รุนแรงน่าเวียนหัว......มันเหมือนเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนพื้นเมืองที่เค้ากำลังใช้ชีวิตประจำวัน (คงเหมือนกับชาวต่างชาติที่นั่งรถ บขส ข้ามจังหวัดของบ้านเราอ่ะ) พอดีเรานั่งคนเดียวก็จะมีทั้งหญิงและชายผลัดเปลี่ยนมานั่งด้วยตลอดเค้าสุภาพนะ และคงแปลกใจว่าสามคนนี้หลุดมานั่งรถนี้ได้ยังไง เค้าก็ชวนเราคุยหรือหันมายิ้มกว้างให้เราเป็นระยะ
พอตอนเที่ยงรถจะแวะพักที่ร้านอาหารให้ทุกคนรวมถึงคนขับรถได้กินข้าว เข้าห้องน้ำกัน พวกเราก็กินสเบียงที่เตรียมมาตั้งแต่โพคราอิ่มไปได้อีกมื้อ หันไปด้านข้างรถก็เจอกับรถขายของแบบนี้
หรือแบบนี้
น่าจะเป็นขนมกินเล่นของคนที่นี่กัน
พอซักบ่ายสามโมงเราก็มาถึงจุดลงรถ (รู้ได้ยังไงก็บอกเด็กรถไว้ค่ะว่าจะไปลุมพินี ถ้าถึงแล้วบอกด้วยนะจ๊ะ) จุดสังเกตง่ายๆเลยค่ะ เราจะลงรถใกล้กับวงเวียนหน้าตาแบบนี้ค่ะ
ให้เดินไปจนถึงวงเวียนนี้นะคะแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ทางเข้าลุมพินีจะอยู่ด้านหลังองค์พระ ถ้าคุณเห็นแบบนี้แสดงว่าเดินมาาถูกทางค่ะ
ตรงบริเวณนั้นจะเป็นตลาดคุณสามารถเลือกซื้อผลไม้ (เครื่องชั่งผลไม้คลาสิคมาก) ขนมเป็นสเบียงก่อนเข้าไปได้นะคะ
เป้าหมายที่พักเราวันนี้คือ วัดไทยในลุมพินี ซึ่งจากจุดนี้เราต้องต่อรถเข้าไปอีกยี่สิบนาที แนะนำนั่งแทกซี่เพราะสะดวกกว่า (เราต่อรองราคาได้ 900 รูปี ให้เข้าไปส่งถึงวัดไทยเลย) ส่วนอีกแบบคือนั่งรถประจำทางค่ะแต่จะส่งตรงประตูของลุมพินีสถาน ซึ่งวัดไทยและวัดอื่นจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในอีกจะเดินไกลเป็นกิโลค่ะ
ทำไมต้องมาเยือนลุมพินี ?? ก็เพราะเรามีเวลาเหลือ ก็เลยอยากมาเยือน 1 ใน สังเวชนียสถาน ซึ่งอยู่ในเขตแดนเนปาล เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าซักครั้งในชีวิตค่ะ
จะมาได้ยังไง?? คุณสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ทั้งทางเครื่องบิน (ลงที่ Bhairahawa แล้วนั่งรถต่อมาที่ลุมพินี) หรือเดินทางโดยรถทัวร์เหมือนพวกเรา ซึ่งมาจากเมืองหลวงหรือโพคราก็ได้ค่ะ
แล้วจะพักที่ไหน มีบริการที่พักในวัดที่ตั้งอยู่ในเขตลุมพินีสถานค่ะ หรือติดต่อขอพักกับวัดไทยลุมพินีผ่านทางอีเมลล์ก็ได้ค่ะ แจ้งวันที่เราเข้าพัก ถ้าห้องว่างก็จะได้เข้าพักที่วัดไทยแต่ถ้าไม่ว่างหลวงพ่อท่านจะติดต่อให้พักที่วัดของชาติอื่นแทนอย่างเกาหลี ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับวัดไทยเราจะไม่คิดค่ะ เราก็ทำบุญเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ให้วัดไปค่ะ
ควรมีเวลากี่วัน?? ควรมีเวลาอย่างน้อยสามวัน ก็คือ วันแรกสำหรับการเดินทางมา วันที่สองเดินเยี่ยมชมสถานที่ประสูติและวัดต่างในเขตลุมพินีสถาน วันที่สามสำหรับการเดินทางไปยังจุดหมายถัดไปค่ะ
กิจกรรมที่อยากแนะนำถ้าได้พักในวัดไทย ก็คือ สวนมนต์เช้าและเย็นกับแม่ชีและหลวงพ่อที่หอสวดมนต์ค่ะ (มารื้อฟื้นความเป็นพุทธมามกะซักหน่อย) ภาพบรรยากาศภายในของวัดไทยค่ะ
พระประธานในพระอุโบสถ
*** สองวันนี้เราฝากท้องกับแม่ครัวที่วัดค่ะ อาหารไทยอร่อยมากกกกคิดถึงบ้านนนสุดดดดด หลังจากที่ต้องกินอาหารพวกชีสพวกแป้งจนเบื่อ
[CR] แบกเป้ตะลุยเที่ยว 12 วัน @ เนปาล ตอนที่ 4
ความเดิมตอนที่ 2 http://ppantip.com/topic/32828851
ความเดิมตอนที่ 3 http://ppantip.com/topic/32829244
SARANGOT - LUMBINI
โปรมแกรมวันนี้ (วันที่6) คือเรานัดเจอแทกซี่ตอนตีสี่เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ sarangot ซึ่งเป็นจุดชมเทือกเขา Machhapuchchhre หรือ fish tail ที่คุณไม่ควรพลาด แต่ด้วยอากาศมันปิดสิ่งที่เราเห็นจึงไม่ค่อยแตกต่างจากเมื่อสี่วันก่อนเท่าไรนัก
คุณคงแปลกใจว่าจะไปชมวิวที่ไหนเพราะ sarangot ไม่ใช่พื้นที่โล่งเหมือนจุดชมวิวบ้านเรา จะให้ปีนขึ้นไปบนเขาอีกก็คงไม่ไหว ดังนั้นสถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวก็คือ ดาดฟ้าของบ้านหรือเกสต์เฮ้าแถวนั้น คุณสามารถขอขึ้นไปดูได้ฟรีไม่เสียเงินทั้งๆที่คุณไม่ได้เข้าพักที่นั่น (คนเนปาลเป็นคนใจดีค่ะ)
จากนั้นเราต้องรีบทำเวลากันต่อเพราะจองตั๋วรถไปลุมพินีรอบแปดโมงเช้า เราจะเดินทางกันด้วยรถคันนี้ค่ะ จองผ่านที่พักค่าตั๋วคนละ 700 รูปี
พอเห็นรถก็เริ่มงงว่านี่คือ tourist bus จริงเหรอ มันเหมือน local bus มากทีเดียว ผู้โดยสารที่รอก็ไม่มีนักท่องเที่ยวชนชาติอื่นเลยมีแต่คนเนปาลทั้งน้าน ในใจเริ่มกังวลว่าจะปลอดภัยมั้ย จะเหม็นรึเปล่า........มันใช่แน่ใช่ม้ายยยยยยยย.......พอรถเคลื่อนตัวออกตามเส้นทางสิ่งที่เราพบเห็นก็เริ่มแตกต่าง
บรรยากาศข้างทางจะเป็นเขา แม่น้ำ (ก็จะคล้ายกับการเดินทางจากวังเวียงไปหลวงพระบางอ่ะ) รถจะผ่านหมู่บ้านในหุบเขารับผู้โดยสารส่งระหว่างหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ความคิดเห็นส่วนตัวคือประทับใจกับการเดินทางโดย local bus มากค่ะ มันปลอดภัย...ไม่มีกลิ่นตัวที่รุนแรงน่าเวียนหัว......มันเหมือนเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนพื้นเมืองที่เค้ากำลังใช้ชีวิตประจำวัน (คงเหมือนกับชาวต่างชาติที่นั่งรถ บขส ข้ามจังหวัดของบ้านเราอ่ะ) พอดีเรานั่งคนเดียวก็จะมีทั้งหญิงและชายผลัดเปลี่ยนมานั่งด้วยตลอดเค้าสุภาพนะ และคงแปลกใจว่าสามคนนี้หลุดมานั่งรถนี้ได้ยังไง เค้าก็ชวนเราคุยหรือหันมายิ้มกว้างให้เราเป็นระยะ
พอตอนเที่ยงรถจะแวะพักที่ร้านอาหารให้ทุกคนรวมถึงคนขับรถได้กินข้าว เข้าห้องน้ำกัน พวกเราก็กินสเบียงที่เตรียมมาตั้งแต่โพคราอิ่มไปได้อีกมื้อ หันไปด้านข้างรถก็เจอกับรถขายของแบบนี้
หรือแบบนี้
น่าจะเป็นขนมกินเล่นของคนที่นี่กัน
พอซักบ่ายสามโมงเราก็มาถึงจุดลงรถ (รู้ได้ยังไงก็บอกเด็กรถไว้ค่ะว่าจะไปลุมพินี ถ้าถึงแล้วบอกด้วยนะจ๊ะ) จุดสังเกตง่ายๆเลยค่ะ เราจะลงรถใกล้กับวงเวียนหน้าตาแบบนี้ค่ะ
ให้เดินไปจนถึงวงเวียนนี้นะคะแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ทางเข้าลุมพินีจะอยู่ด้านหลังองค์พระ ถ้าคุณเห็นแบบนี้แสดงว่าเดินมาาถูกทางค่ะ
ตรงบริเวณนั้นจะเป็นตลาดคุณสามารถเลือกซื้อผลไม้ (เครื่องชั่งผลไม้คลาสิคมาก) ขนมเป็นสเบียงก่อนเข้าไปได้นะคะ
เป้าหมายที่พักเราวันนี้คือ วัดไทยในลุมพินี ซึ่งจากจุดนี้เราต้องต่อรถเข้าไปอีกยี่สิบนาที แนะนำนั่งแทกซี่เพราะสะดวกกว่า (เราต่อรองราคาได้ 900 รูปี ให้เข้าไปส่งถึงวัดไทยเลย) ส่วนอีกแบบคือนั่งรถประจำทางค่ะแต่จะส่งตรงประตูของลุมพินีสถาน ซึ่งวัดไทยและวัดอื่นจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในอีกจะเดินไกลเป็นกิโลค่ะ
ทำไมต้องมาเยือนลุมพินี ?? ก็เพราะเรามีเวลาเหลือ ก็เลยอยากมาเยือน 1 ใน สังเวชนียสถาน ซึ่งอยู่ในเขตแดนเนปาล เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าซักครั้งในชีวิตค่ะ
จะมาได้ยังไง?? คุณสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ทั้งทางเครื่องบิน (ลงที่ Bhairahawa แล้วนั่งรถต่อมาที่ลุมพินี) หรือเดินทางโดยรถทัวร์เหมือนพวกเรา ซึ่งมาจากเมืองหลวงหรือโพคราก็ได้ค่ะ
แล้วจะพักที่ไหน มีบริการที่พักในวัดที่ตั้งอยู่ในเขตลุมพินีสถานค่ะ หรือติดต่อขอพักกับวัดไทยลุมพินีผ่านทางอีเมลล์ก็ได้ค่ะ แจ้งวันที่เราเข้าพัก ถ้าห้องว่างก็จะได้เข้าพักที่วัดไทยแต่ถ้าไม่ว่างหลวงพ่อท่านจะติดต่อให้พักที่วัดของชาติอื่นแทนอย่างเกาหลี ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับวัดไทยเราจะไม่คิดค่ะ เราก็ทำบุญเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ให้วัดไปค่ะ
ควรมีเวลากี่วัน?? ควรมีเวลาอย่างน้อยสามวัน ก็คือ วันแรกสำหรับการเดินทางมา วันที่สองเดินเยี่ยมชมสถานที่ประสูติและวัดต่างในเขตลุมพินีสถาน วันที่สามสำหรับการเดินทางไปยังจุดหมายถัดไปค่ะ
กิจกรรมที่อยากแนะนำถ้าได้พักในวัดไทย ก็คือ สวนมนต์เช้าและเย็นกับแม่ชีและหลวงพ่อที่หอสวดมนต์ค่ะ (มารื้อฟื้นความเป็นพุทธมามกะซักหน่อย) ภาพบรรยากาศภายในของวัดไทยค่ะ
พระประธานในพระอุโบสถ
*** สองวันนี้เราฝากท้องกับแม่ครัวที่วัดค่ะ อาหารไทยอร่อยมากกกกคิดถึงบ้านนนสุดดดดด หลังจากที่ต้องกินอาหารพวกชีสพวกแป้งจนเบื่อ