พระชั่ว สวดกุสลาฯ หากินกับศพ
เนื้อหาบางส่วนของวีดีโอชุดนี้
http://www.dharmatarzan.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539769768&Ntype=16
เวลา00.00น. เกิด แก่ เจ็บ ตาย ร่างกายเป็นสถานที่ของโรค ถูกไหม....เป็นเรือนร่างที่โรค...ต้องอยู่อาศัย ใช่ไหม...ต้นไม้ก็เป็นสิ่งที่ เชื้อโรคต้องอยู่อาศัย ก้อนโลกก็ต้องเป็นสิ่งที่เชื้อโรคอยู่อาศัย.....
*ดินน้ำไฟลมเป็นสถานที่เชื้อโรคอยู่อาศัย ด้วยกันกับเรา ถูกไหม….จะไม่ให้มีเสียเลยเป็นไปไม่ได้....
**พูดมาขี้เดียดเนอะ...! แต่ขี้เดียดกินทำไม.?
** เอา...!!ในนี้ก็ขี้เดียดซิซากศพ แต่ขี้เดียดเกินไปไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่ให้เป็น เข้าใจบ่....* ขี้เดียด ก็ขี้เดียด แบบมัชชิมา เข้าใจ.... ซากศพวางอยู่นั่นเรากินข้าวอยู่นี่....ก็กินได้เข้าใจ..! ต้อง..ต้อง..เป็นอย่างนั้น ถ้าใครขี้เดียด... จนเห็นซากศพแล้ว แหวะ อวก อึ อาก ขาก...ทั้งราก ทั้งอ้วก ทั้งตด ทั้งอ้วก ทั้งขี้ ไอ้คน คนนั้นนะ บรรลุธรรมไม่ได้ เพราะขี้เดียดเกินไป..เข้าใจ
*ขี้เดียดไม่พอดี คือขี้เดียด ต้องพอดี กลัว...ก็ต้องกลัว แบบกลางๆ กล้า.. ก็ต้องกล้าแบบกลางๆ รังเกียจ....ก็ต้องรังเกียจแบบกลางๆ ถ้ารังเกียจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด....รังเกียจตลอดการ มีแต่รังเกียจเท่านั้น เมื่อเจอสิ่งที่น่ารังเกียจ โดยไม่คิดว่าตนเองก็น่ารังเกียตอย่างนั้น อันนี้บำเพ็ญไปไม่ได้
**เนี่ย....เป็นอย่างนี้นี่ ท่านจึงตรัสว่า “มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา“ พระพุทธเจ้าดำเนินการมาแล้ว ต้องกลางเท่านั้น ไปตรงขอบไม่ได้ ขอบใดขอบหนึ่งไม่ได้ ขอบเคร่งเกินไปไม่ได้ ขอบหลวมเกินไปไม่ได้ ธรรมวินัยนี้ บัญญัติมาเป็นกลางแล้ว
**เนี่ย..!! วินัยที่บอกไว้นี่
***แต่คนทั้งหลายเขาบอกว่าอู้...!!! บัญญัติเคร่งเกินไป..! เอ้า พระพุทธเจ้าบอกว่า บัญญัติเป็น มัชฌิมา ให้
**แต่คนทั้งหายพากันอยากถวายเงินพระ....อยากเอาเงินให้พระ อยากให้พระสวดอะไรตามที่ตนเองต้องการ..* เพราะไปติดการสวดไง..! เวลามีงาน เวลามีคนตาย งานคนตายของเขาก็คือ เอาศพตั้งเอาไว้...แล้วก็ปูอาสนะ เอาไว้ให้พระ แล้วก็ให้พระมาสวด
***แต่..! ไม่ได้เปิดศพให้พระดูเลย เข้าใจบ่ ..ฯ
***แต่งานศพที่นี่เปิดศพไว้ พระก็ดูตามนั้น ..! พระไปดูเด้อ * ซากศพ น้อมเข้าใส่ใจตน น้อมเข้าใส่ร่างกายของตน ดูให้ชัดเจน…. ก็ดูอย่างนั้นอยู่นี่ แต่งานศพที่อื่นห่อไว้เสียอย่างดี ใส่โลงเสียสวยงาม ไม่รู้จะไปดูอย่างไร
*แล้วก็บอกว่ามาดูญาติเด้อ เปิดให้ดูหน่อยหนึ่ง แล้วก็ปิดไว้อีก ...เอา..!มันไม่เปิดเผยให้กันดู มันขี้เหนียวแม้กระทั่งซากศพ เข้าใจบ่
**โหย ศพแม่ เรานอนอยู่นั้น ใครอยากดูก็ดู ศพญาติเราศพลูกศิษย์ที่ไหนก็ตามมา ที่นี่ ก็นอนอย่างนั้นแหละ ใครอยากดูก็ดู พระอยากดูก็ไปดู
****ดูแล้วก็คิด เออกูกับศพไม่ต่างกัน นั้นก็มีปาก กูก็มีปาก มีจมูกอาว ตาก็มี หูก็มี เออ กูก็มี แต่นี่ตายแต่กูยังไม่ทันได้ตาย จิตวิญญาณ ยังอยู่ ....มีระบบขับถ่าย มีรูขี้รูเยี่ยว มีครบ บริบูรณ์ มีนิ้ว เหมือนกัน เราก็มี แต่นี่เตรียมตัวเน่า แต่เราค่อยๆเน่า แต่นี่เตรียมตัวเน่าเร็วมันคิดๆ อย่างนี้**
...แต่ไม่ใช้งานศพ แล้วไปสวดกุสลาฯ ธัมมา อกุสลาฯธัมมา ....นะ...!! ฯลฯ
เวลา 00.03น. อธิบาย ...พระชั่ว สวดกุสลาฯ หากินกับศพ
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!
เวลา 00.06น. อธิบาย...เรื่อง บังสุกุลเป็น-ตาย
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!
เวลา 00.09น. เมื่อเกิดความทุกข์ ก็ปารถนาสุข เราไปทำแบบนั้นเราก็ปารถนาสุข แต่เราไม่รู้ ....ไม่รู้จะทำยังไง จึงจะเป็นสุข คิดว่าแบบนั้นเป็นสุข ก็เลยพากันทำ พอพากันทำทีนี้ก็ประสบ ตั้งแต่ความทุกข์ เมื่อประสบความทุกข์ก็วิ่งหา....
** พอได้ข่าวว่าวัดสามแยกก็พากันแห่มาเรียน *พอตีรูปปั้นเท่านั้นไปหมดเลย เหลือนิดๆหน่อยๆ ย๊อก ๆ แย๊ก ๆ ก็ค่อยๆ เรียน เติมขึ้นๆ เติมขึ้นมา พอเราโวยวายเรียกให้ดูธรรม...
*กลับพากันมาดูเรา อย่าง เนี่ย.....มันหมายความว่า...*นี่..! พระธรรมวินัยพระพุทธเจ้าสอนมา ดีแล้ว พากันดูเด้อ พากันดูเด้อ แล้วก็ไป ....
*แล้วก็มาใหม่ พากันดูธรรม ดูวินัยหรือยัง ....พากันดูเสียเด้อ
*เค้าก็ทำเป็นเฉยๆ เมินๆ *แต่เขาบอกว่า เราถือพระพุทธเจ้า เราถือพระธรรมพระสงฆ์ เราถือศาสนาพุทธ *แต่ก็ยังเมินๆเฉยๆกับหลักธรรมอยู่ แต่ละวัดแต่ละที่ทีนี้ ฯ......ฯลฯ
เวลา 00.10น.
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!
พระชั่ว สวดกุสลาฯ หากินกับศพ
เนื้อหาบางส่วนของวีดีโอชุดนี้
http://www.dharmatarzan.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539769768&Ntype=16
เวลา00.00น. เกิด แก่ เจ็บ ตาย ร่างกายเป็นสถานที่ของโรค ถูกไหม....เป็นเรือนร่างที่โรค...ต้องอยู่อาศัย ใช่ไหม...ต้นไม้ก็เป็นสิ่งที่ เชื้อโรคต้องอยู่อาศัย ก้อนโลกก็ต้องเป็นสิ่งที่เชื้อโรคอยู่อาศัย.....
*ดินน้ำไฟลมเป็นสถานที่เชื้อโรคอยู่อาศัย ด้วยกันกับเรา ถูกไหม….จะไม่ให้มีเสียเลยเป็นไปไม่ได้....
**พูดมาขี้เดียดเนอะ...! แต่ขี้เดียดกินทำไม.?
** เอา...!!ในนี้ก็ขี้เดียดซิซากศพ แต่ขี้เดียดเกินไปไม่ได้พระพุทธเจ้าไม่ให้เป็น เข้าใจบ่....* ขี้เดียด ก็ขี้เดียด แบบมัชชิมา เข้าใจ.... ซากศพวางอยู่นั่นเรากินข้าวอยู่นี่....ก็กินได้เข้าใจ..! ต้อง..ต้อง..เป็นอย่างนั้น ถ้าใครขี้เดียด... จนเห็นซากศพแล้ว แหวะ อวก อึ อาก ขาก...ทั้งราก ทั้งอ้วก ทั้งตด ทั้งอ้วก ทั้งขี้ ไอ้คน คนนั้นนะ บรรลุธรรมไม่ได้ เพราะขี้เดียดเกินไป..เข้าใจ
*ขี้เดียดไม่พอดี คือขี้เดียด ต้องพอดี กลัว...ก็ต้องกลัว แบบกลางๆ กล้า.. ก็ต้องกล้าแบบกลางๆ รังเกียจ....ก็ต้องรังเกียจแบบกลางๆ ถ้ารังเกียจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด....รังเกียจตลอดการ มีแต่รังเกียจเท่านั้น เมื่อเจอสิ่งที่น่ารังเกียจ โดยไม่คิดว่าตนเองก็น่ารังเกียตอย่างนั้น อันนี้บำเพ็ญไปไม่ได้
**เนี่ย....เป็นอย่างนี้นี่ ท่านจึงตรัสว่า “มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา“ พระพุทธเจ้าดำเนินการมาแล้ว ต้องกลางเท่านั้น ไปตรงขอบไม่ได้ ขอบใดขอบหนึ่งไม่ได้ ขอบเคร่งเกินไปไม่ได้ ขอบหลวมเกินไปไม่ได้ ธรรมวินัยนี้ บัญญัติมาเป็นกลางแล้ว
**เนี่ย..!! วินัยที่บอกไว้นี่
***แต่คนทั้งหลายเขาบอกว่าอู้...!!! บัญญัติเคร่งเกินไป..! เอ้า พระพุทธเจ้าบอกว่า บัญญัติเป็น มัชฌิมา ให้
**แต่คนทั้งหายพากันอยากถวายเงินพระ....อยากเอาเงินให้พระ อยากให้พระสวดอะไรตามที่ตนเองต้องการ..* เพราะไปติดการสวดไง..! เวลามีงาน เวลามีคนตาย งานคนตายของเขาก็คือ เอาศพตั้งเอาไว้...แล้วก็ปูอาสนะ เอาไว้ให้พระ แล้วก็ให้พระมาสวด
***แต่..! ไม่ได้เปิดศพให้พระดูเลย เข้าใจบ่ ..ฯ
***แต่งานศพที่นี่เปิดศพไว้ พระก็ดูตามนั้น ..! พระไปดูเด้อ * ซากศพ น้อมเข้าใส่ใจตน น้อมเข้าใส่ร่างกายของตน ดูให้ชัดเจน…. ก็ดูอย่างนั้นอยู่นี่ แต่งานศพที่อื่นห่อไว้เสียอย่างดี ใส่โลงเสียสวยงาม ไม่รู้จะไปดูอย่างไร
*แล้วก็บอกว่ามาดูญาติเด้อ เปิดให้ดูหน่อยหนึ่ง แล้วก็ปิดไว้อีก ...เอา..!มันไม่เปิดเผยให้กันดู มันขี้เหนียวแม้กระทั่งซากศพ เข้าใจบ่
**โหย ศพแม่ เรานอนอยู่นั้น ใครอยากดูก็ดู ศพญาติเราศพลูกศิษย์ที่ไหนก็ตามมา ที่นี่ ก็นอนอย่างนั้นแหละ ใครอยากดูก็ดู พระอยากดูก็ไปดู
****ดูแล้วก็คิด เออกูกับศพไม่ต่างกัน นั้นก็มีปาก กูก็มีปาก มีจมูกอาว ตาก็มี หูก็มี เออ กูก็มี แต่นี่ตายแต่กูยังไม่ทันได้ตาย จิตวิญญาณ ยังอยู่ ....มีระบบขับถ่าย มีรูขี้รูเยี่ยว มีครบ บริบูรณ์ มีนิ้ว เหมือนกัน เราก็มี แต่นี่เตรียมตัวเน่า แต่เราค่อยๆเน่า แต่นี่เตรียมตัวเน่าเร็วมันคิดๆ อย่างนี้**
...แต่ไม่ใช้งานศพ แล้วไปสวดกุสลาฯ ธัมมา อกุสลาฯธัมมา ....นะ...!! ฯลฯ
เวลา 00.03น. อธิบาย ...พระชั่ว สวดกุสลาฯ หากินกับศพ
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!
เวลา 00.06น. อธิบาย...เรื่อง บังสุกุลเป็น-ตาย
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!
เวลา 00.09น. เมื่อเกิดความทุกข์ ก็ปารถนาสุข เราไปทำแบบนั้นเราก็ปารถนาสุข แต่เราไม่รู้ ....ไม่รู้จะทำยังไง จึงจะเป็นสุข คิดว่าแบบนั้นเป็นสุข ก็เลยพากันทำ พอพากันทำทีนี้ก็ประสบ ตั้งแต่ความทุกข์ เมื่อประสบความทุกข์ก็วิ่งหา....
** พอได้ข่าวว่าวัดสามแยกก็พากันแห่มาเรียน *พอตีรูปปั้นเท่านั้นไปหมดเลย เหลือนิดๆหน่อยๆ ย๊อก ๆ แย๊ก ๆ ก็ค่อยๆ เรียน เติมขึ้นๆ เติมขึ้นมา พอเราโวยวายเรียกให้ดูธรรม...
*กลับพากันมาดูเรา อย่าง เนี่ย.....มันหมายความว่า...*นี่..! พระธรรมวินัยพระพุทธเจ้าสอนมา ดีแล้ว พากันดูเด้อ พากันดูเด้อ แล้วก็ไป ....
*แล้วก็มาใหม่ พากันดูธรรม ดูวินัยหรือยัง ....พากันดูเสียเด้อ
*เค้าก็ทำเป็นเฉยๆ เมินๆ *แต่เขาบอกว่า เราถือพระพุทธเจ้า เราถือพระธรรมพระสงฆ์ เราถือศาสนาพุทธ *แต่ก็ยังเมินๆเฉยๆกับหลักธรรมอยู่ แต่ละวัดแต่ละที่ทีนี้ ฯ......ฯลฯ
เวลา 00.10น.
หมายเหตุ ช่วงเวลานี้ ไม่สามารถ เขียนตัวหนังสือ..ให้เห็นถึงธรรมที่หลวงปู่แสดงได้ ช่วงเวลานี้..ดูใน คลิปวีดีโอ ครับ..!