ที่เห็นและเป็นไป

กระทู้สนทนา
ณ ฟาสต์ฟูดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากนั่งกินข้าวกลางวันเสร็จแล้ว....

ฟาสต์ฟูดแห่งนี้ โต๊ะอาหารหลายโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีกลุ่มคนจับกลุ่มคุย

โต๊ะซ้ายมือ ผู้หญิงวัยกลางคนกำลังสาธยายถึงสารพัดประโยชน์ของการทำประกันชีวิตให้กับหญิงวัยกลางๆคนอีกคนหนึ่ง

โต๊ะด้านหลังผม เป็นโต๊ะกลุ่มใหญ่ มีคนเลยวัยกลางคน ไม่ใช่ซิเข้าสู่วัยปลายๆคนแล้ว ทั้งชายและหญิงรวมกลุ่มกันสนทนาแต่อดีตที่ประทับใจที่เก็บไว้ในซีกสมองของความทรงจำ เท่าที่จะนึกขึ้นได้ แล้วก็หัวเราะร่วมกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า

โต๊ะข้างหน้าผม มีหนุ่มวัย ๓๐ เศษ กำลังชักชวนให้ผู้หญิงสูงอายุ (เลยวัยกลางวัน แต่ยังไม่ถึงวัยปลายคน...) ซื้ออาหารเสริมของเขา พร้อมกับสมัครเป็นสมาชิกแชร์ลูกโซ่ ซึ่งหากทำได้ตามเป้าหมายของบริษัทเขา ก็จะมีได้รับเงินจำนวนมาก อยู่ได้อย่างสบายๆ ดีกว่าทำงานกินเงินเดือนประจำเสียอีก

อีกโต๊ะหนึ่งเยื้องไปทางซ้าย คุณลุงท่านหนึ่ง แต่งตัวภูมิฐาน อาจเคยเป็นนักธุรกิจ หรือ อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่เกษียณอายุ นั่งกดโทรศัพท์มือถืออยู่คนเดียว สักพักก็มีผู้หญิงวัยเดียวกันเดินถือถาดอาหารเข้ามาวางที่โต๊ะ แต่ลุงก็เฉยๆ เสียแล้ว

นั่งมองชีวิตคน แล้วผมก็บ่นไปเรื่อย (อาจจะเริ่มแก่รึป่าวว่ะ)

คนที่ขายประกันชีวิต...ดีจริงหรือไม่ ? ก็เคยทำมาแล้ว มันอยู่ที่บริการหลังการขาย เวลาเราจ่ายเงินค่ากรมธรรม์ไปแล้ว และเกิดอุบัติเหตุ...ที่ต้องเรียกตัวแทนประกันนั่นแหละ จึงจะบอกได้ว่ามจะดีจริงหรือไม่ ? มีทั้งตัวแทนที่ดีมากๆ และตัวแทนที่ไม่ดีจริงๆ

คนวัยปลายคน...มีความสุขไม่ได้ดิ้นรนขวนขวายเหมือนคนวัยต้นคน หรือ วัยกลางคน ลูกเต้าเติบโตกันไปหมดแล้ว บางคนก็มีครอบครัวกันไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง วันคืนที่ขาดหายเพื่อนไปในช่วงชีวิตของการแต่งงาน ก็กลับหวลมาให้ระลึกถึงสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่มีวันขาด ยากยิ่งกว่าตัดบัว

ชีวิตที่ยาวนานเกินกว่า ๖๐ ปี คงมีเรื่องสนุกๆให้เล่าสู่กันฟังได้อีกมากมาย

หนุ่มขายอาหารเสริมและแชร์ลูกโซ่...นานาสรรพคุณที่เขายกมาคุยกับลูกค้า ล้วนแล้วแต่ส่วนใหญ่อ้างอิงถึงผลการศึกษาจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น เพราะความน่าเชื่อถือหรือ ? หรือเพราะบ้านเราไม่มีใครทำการศึกษาเช่นนั้น ?

อาหารเสริมดีจริงหรือไม่ ??? คนกินคงรู้ ?

แชร์ลูกโซ่รวยจริงหรือไม่ ??? คนสมัครเป็นสมาชิกก็คงรู้ ?

เราก็คงเข้าใจการทำงานของแต่ละคน หน้าที่ที่ต้องทำ เพื่อ…ปากท้อง...ครอบครัว...หรือเพื่อความจำเป็นบางอย่าง...หรือเพื่ออะไร?ของหนุ่มคนนั้น

ลุงที่เฉยชากับป้าคนนั้น...คงเพราะอยู่กันมานานจนถึงป่านนี้ ความรักอาจยังคงเหมือนเดิม แต่ความหวานลดลงไปตามกาลเวลา...

ใคร (บางคน) จะไปหวานได้ตลอดเวลาล่ะ...เดี๋ยวก็เป็น “เบาหวาน” กันพอดี...หุ หุ หุ

มัวแต่มานั่งมองชีวิตคนอื่นผ่านแว่นตาหนาเต๊อะอยู่นั่นล่ะ จึงกลับมาย้อนถามตัวเองว่า...

แล้วล่ะมานั่งทำอะไรตรงนี้...

มองชีวิตของตัวเองอย่างไร ????????

ชาคริต เพชรอินทร์
Facebook : ข้าวคำน้ำขัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่