บอกก่อนเลย เพิ่งดู X-MEN มาเมื่อวาน แล้วรู้สึกว่า รูปแบบการย้อนเวลาในหนังที่ผ่านมามีหลายรูปแบบเหมือนกันนะ มันพาลให้ผมคิดว่า แล้วแบบไหนล่ะที่สมจริงกว่า และสามารถอธิบายความสงสัยได้มากกว่า
1. การย้อนเวลาแบบโดเรมอน หรือ Back to the Future และอีกหลายๆเรื่อง ที่ยึดเอาตัวปัจจุบันเป็นตัวเอกในการดำเนินเรื่อง เช่นพระเอกย้อนเวลาโดยการพาร่างกายปัจจุบันกลับไปอดีตเพื่อแก้ไขอดีตของตัวเองตอนเด็ก หรือแก้ไขอดีตของพ่อตัวเอง หรือคนรู้จัก หรืออาจย้อนไปสมัยตัวเองไม่เกิด เป็นสมัยดึกดำบรรพ์เลยก็ยังได้ ผลของการเปลี่ยนแปลงอดีต พอกลับมาโลกปัจจุบันก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป แล้วพระเอกก็จะอึ้ง ทึ่ง เพราะไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนเป็นแบบนี้ด้วยกระบวนการต่อเนื่องแบบใด ซึ่งตรงนี้ผมสงสัยมานานแล้วว่า แล้วไอ้พระเอกที่ดำเนินเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่อดีตถูกเปลี่ยนแปลงมาถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ล่ะ หายไปไหน ตรงจุดนี้ ตัวการ์ตูน หรือตัวหนังไม่ได้อธิบายไว้เลย แต่รูปแบบนี้ก็เป็นที่นิยมมาทำหนังกันมากเลยทีเดียว
2. การย้อนเวลาโดยยึดตัวปัจจุบันเป็นตัวเอกเช่นเดียวกัน แต่ตัวเองในโลกอนาคต หรือใครก็ตามจากโลกอนาคต เจาะเวลามาหาตัวเอกในปัจจุบัน เช่นเรื่อง Terminator ที่คนเหล็กในโลกอนาคตถูกส่งมาช่วยพระเอกในปัจจุบัน พอเสร็จภารกิจก็กลับโลกอนาคตไป(หรือตายในปัจจุบัน เช่นคนเหล็ก) ซึ่งพระเอกจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ก็จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ตรงนี้ผมว่ามีความสมจริงและพอเข้าใจได้มากกว่าแบบที่ 1
3. การย้อนเวลาแล้วเกิดโลกคู่ขนาน เช่นในเรื่อง Source Code การย้อนอดีตในแต่ละครั้งสร้างโลกขนานอีกโลกนึง ซึ่งมีการดำเนินชีวิตแตกต่างกันไป
4. การย้อนเวลาแบบ X-MEN
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เป็นการถอดจิตย้ายไปยังร่างกายในอดีต พอแก้ไขอดีตได้ ร่างในปัจจุบันก็จะหายไปซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์ที่ข้อ 1 ตอบไม่ได้ ทั้งๆที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน(ต่างกันแค่ย้ายจิตกลับไปเท่านั้น ไม่ได้ย้ายร่าง) พอจิตกลับมาโลกปัจจุบันปุ๊บ ก็เลยงงกับสิ่งที่เปลี่ยนไป แต่นั่นหมายความว่า ความทรงจำช่วงที่แก้ไขอดีตจนถึงช่วงที่จิตตัวเองกลับมาปัจจุบันจะหายไป จริงๆแล้ว ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าโลแกนไม่ได้เป็นอมตะ แล้วปรากฏว่าโลแกนที่ถูกเปลี่ยนอดีตในปี 1973 เกิดมาตายในปี 2014 แล้วจิต 2023 จะกลับเข้าร่างยังไง ไม่กลายเป็นผีวูฟเวอลีนเร่ร่อนไปชั่วกัปชั่วกัลป์หรอกหรือ ผมจึงคิดว่าให้จิต 2023 ยึดร่างในปี 1973 ไปเลย เนื่องจากอนาคตไม่มีร่างให้กลับไปแล้ว หรือไม่จิต 2023 ก็สลายไปเลย เพราะจิตเดิม ณ 1973 กลายเป็นจิตปัจจุบันที่กุมอนาคตเอาไว้ แต่ก็พอเข้าใจว่าหนังยึดรูปแบบการย้อนเวลาแบบข้อ 1 เพียงเปลี่ยนจากย้ายกายเป็นย้ายจิตเท่านั้น
จริงๆอาจจะมีรูปแบบการย้อนเวลาแบบอื่นๆอีก เช่นในคนม้าบิน ที่ย้อนกลับไปดูเฉยๆแต่แก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ผมขอยกตัวอย่างเท่านี้ละกัน สำหรับผมชอบการย้อนเวลาแบบ X-MEN มากที่สุด เพราะไขข้อข้องใจเรื่องมิติต่างๆซึ่งสุดท้ายจะต้องรวมกันเป็นมิติเดียวกัน
ปล. ขอแท็กห้องหว้ากอ เผื่อมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
คุณชอบการย้อนเวลาในรูปแบบไหนมากกว่ากัน
1. การย้อนเวลาแบบโดเรมอน หรือ Back to the Future และอีกหลายๆเรื่อง ที่ยึดเอาตัวปัจจุบันเป็นตัวเอกในการดำเนินเรื่อง เช่นพระเอกย้อนเวลาโดยการพาร่างกายปัจจุบันกลับไปอดีตเพื่อแก้ไขอดีตของตัวเองตอนเด็ก หรือแก้ไขอดีตของพ่อตัวเอง หรือคนรู้จัก หรืออาจย้อนไปสมัยตัวเองไม่เกิด เป็นสมัยดึกดำบรรพ์เลยก็ยังได้ ผลของการเปลี่ยนแปลงอดีต พอกลับมาโลกปัจจุบันก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป แล้วพระเอกก็จะอึ้ง ทึ่ง เพราะไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนเป็นแบบนี้ด้วยกระบวนการต่อเนื่องแบบใด ซึ่งตรงนี้ผมสงสัยมานานแล้วว่า แล้วไอ้พระเอกที่ดำเนินเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่อดีตถูกเปลี่ยนแปลงมาถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ล่ะ หายไปไหน ตรงจุดนี้ ตัวการ์ตูน หรือตัวหนังไม่ได้อธิบายไว้เลย แต่รูปแบบนี้ก็เป็นที่นิยมมาทำหนังกันมากเลยทีเดียว
2. การย้อนเวลาโดยยึดตัวปัจจุบันเป็นตัวเอกเช่นเดียวกัน แต่ตัวเองในโลกอนาคต หรือใครก็ตามจากโลกอนาคต เจาะเวลามาหาตัวเอกในปัจจุบัน เช่นเรื่อง Terminator ที่คนเหล็กในโลกอนาคตถูกส่งมาช่วยพระเอกในปัจจุบัน พอเสร็จภารกิจก็กลับโลกอนาคตไป(หรือตายในปัจจุบัน เช่นคนเหล็ก) ซึ่งพระเอกจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ก็จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ตรงนี้ผมว่ามีความสมจริงและพอเข้าใจได้มากกว่าแบบที่ 1
3. การย้อนเวลาแล้วเกิดโลกคู่ขนาน เช่นในเรื่อง Source Code การย้อนอดีตในแต่ละครั้งสร้างโลกขนานอีกโลกนึง ซึ่งมีการดำเนินชีวิตแตกต่างกันไป
4. การย้อนเวลาแบบ X-MEN
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จริงๆอาจจะมีรูปแบบการย้อนเวลาแบบอื่นๆอีก เช่นในคนม้าบิน ที่ย้อนกลับไปดูเฉยๆแต่แก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ผมขอยกตัวอย่างเท่านี้ละกัน สำหรับผมชอบการย้อนเวลาแบบ X-MEN มากที่สุด เพราะไขข้อข้องใจเรื่องมิติต่างๆซึ่งสุดท้ายจะต้องรวมกันเป็นมิติเดียวกัน
ปล. ขอแท็กห้องหว้ากอ เผื่อมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์