อีกรายละครับ โดนพิทบูลรุมกัด เมื่อไหร่ข่าวแบบนี้จะหมดไปจากสังคมไทย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า นางเบญจรัตน์ เอกไพบูลย์ อายุ 65 ปี อยู่หมู่บ้านสวนไทย ม.4 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สานิช หนูคง พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐ ไม่ทราบนามสกุล เพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามกัน เจ้าของสุนัขพันธ์พิตบูล 3 ตัว ที่รุมขย้ำนายเธียรศักดิ์ เอกไพบูลย์ บุตรชายวัย 33 ปี อาการสาหัส หลังจากเมื่อวันที่เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้วครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้แจ้งความเพื่อเอาผิดตามกฎหมายอาญา ในข้อหาปล่อยปะละเลยสัตว์ดุร้ายให้ไปโดยลำพัง ทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งทางกายและจิตใจต่อไป

นางเบญจรัตน์ มารดานายเธียรศักดิ์ เอกไพบูลย์ หนุ่มวัย 33 ปี ที่ถูกสุนัขพันธ์พิทบูล ขย้ำอาการสาหัส กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายของตนเปิดประตูบ้านเหมือนประจำตามปกติทุกวัน แต่วันนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อลูกชายเปิดประตู ปรากฏว่า ได้มีสุนัขพันธ์พิตบูล ของนายประเสริฐ ไม่ทราบนามสกุล ที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามบ้านของตน จำนวน 3 ตัวได้รุมขย้ำลูกชายของตน ล้มลงกองกับพื้น ลูกชายพยามยามที่จะวิ่งหลบหนีเพื่อให้รอดพ้นคมเขี้ยวของสุนัขพันธ์ดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีได้ ลูกชายถูกกัดนอนกองกับพื้น จากนั้น สุนัขนิสัยดุทั้ง 3 ตัว ได้รุมขย้ำแบบไม่ปราณี

ในระหว่างนั้นลูกชายของตนตะโกนให้ชาวบ้านช่วยเหลือ ก็ได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าวเห็นก็ได้ใช้ไม้ไล่สุขนัขจำนวนดังกล่าว จนวิ่งหลบหนีไป หลังจากที่สุนัขได้วิ่งหลบหนีไป ตรวจสอบพบว่าลูกชายถูกคมเขี้ยวของสุนัขพันธ์ดุพิตบูล กัดเข้าที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง หน้าอก ใต้ตา แขนด้านซ้ายถูก สุนัขกัดจนเป็นแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต แพทย์เย็บกว่า 100 เข็ม ขณะนี้ยังมีอาการหวาดผวาและอาการยังไม่ดีขึ้น ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าว

แม่ของเหยื่อเขี้ยวพิตบูล กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ลูกชายได้เข้ามารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเป็นเวลา 19 วัน ค่ารักษาพยาบาลเกือบ 800,000 บาท ซึ่งบางส่วนนายประเสริฐ ได้เป็นคนจ่ายค่าพยาบาลให้ แต่ขณะนี้ลูกชายยังดีรับบาดเจ็บยังคงต้องนอนรักษาตัวอยู่ แต่นายประเสริฐ ก็จะให้ตนย้ายลูกชายออกจากโรงพยาบาลดังกล่าวไปรักษาที่โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ต.รัษฎา ตนไม่ยอมและเจรจาตกลงกันไม่ได้ จึงมาแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีกับเจ้าของหมาดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.สานิช หนูคง พงส.เจ้าของคดี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.นี้ แม่ของผู้เสียหายได้มาแจ้งความกับตนแล้ว แต่ครั้งนั้นขอแจ้งเพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ระหว่างนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้เดินทางมาที่สภ.วิชิต เพื่อตกลงเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่ไม่สามารถตกลงกันได้มีการตบโต๊ะ และพูดจา บาดหมางกัน ในครั้งนั้นไม่สามารถที่จะเจรจาตกลงปัญหาได้ ทั้ง 2 ฝ่ายก็แยกย้ายกันกลับไป จนกระทั่งวันนี้ฝ่ายแม่นายเธียรศักดิ์ ก็มาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายกับฝ่ายเจ้าของสุนัข เจ้าหน้าที่ก็รับแจ้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด /ภาพและคลิปจาก เรื่องเล่าเช้านี้
============================================================================
รอบนี้เกิดขึ้นกับญาติผมเองครับ รายละเอียดบางประการที่ไม่ได้ลงในข่าวคือ
- ผู้เสียหายเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตอย่างต่อเนื่องครับ และจากอาการบาดเจ็บสาหัสครั้งนี้ ในการทำความสะอาดแผลจำเป็นต้องทำในห้องผ่าตัดและให้ดมยาสลบซึ่งต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทางครับเพราะมีความเสี่ยง ทางมารดาของผู้เสียหาย (อยู่กันสองแม่ลูกครับ เพราะบิดาผู้เสียหายเสียไปนานแล้ว) จึงไม่กล้าเคลื่อนย้ายและไปรักษากับหมอท่านอื่นที่ไม่ใช่หมอ-โรงพยาบาลประจำครับ
-ในตอนแรกคู่กรณีบอกว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง เท่าไหร่ก็ยอมเพียงแต่อย่าให้เป็นข่าว อย่าแจ้งความ แต่ทางบ้านผู้เสียหายไม่สบายใจจึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนครับ
ผมขอ tag รดน ด้วยเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำกับคนในสังคมแทบทุกภูมิภาค ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่จะมีกฏหมายคุ้มครองออกมาซะทีครับ

รายละเอียดยังมีอีกมาก แต่ผมไม่กล้าลงเพราะกลัวจะมีผลต่อรูปคดีครับ เพราะทางเจ้าของสุนัขทำงานด้านกฏหมาย และค่อนข้างกว้างขวางครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่